จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SUPER รับอานิสงส์เวียดนามโตแกร่ง วินด์ฟาร์มใหม่ทยอย COD ดันรายได้โต FDI ทะลักหนุนดีมานด์พลังงาน


22 กรกฎาคม 2569

SUPER รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

แม้เศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มชะลอลงในช่วงครึ่งปีหลัง แต่การขยายตัวของ GDP ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเพิ่มเป็น 7.9% สะท้อนความแข็งแกร่งของเวียดนามและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หนุนผลงาน SUPER ที่เตรียมรับรู้รายได้จากโครงการวินด์ฟาร์ม 129 เมกะวัตต์ในเวียดนาม พร้อมเดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

เวียดนามยังคงเป็นหนึ่งใน "ดาวเด่น" ของเศรษฐกิจเอเชีย แม้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ จะสร้างแรงกดดันต่อหลายประเทศ แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเวียดนามในปี 2569 จากเดิม 7.0% เป็น 7.9% หลังเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวสูงกว่าที่คาด จากแรงสนับสนุนของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการส่งออกที่แข็งแกร่ง

แม้การเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอลงจากฐานที่สูงและอุปสงค์สินค้าเกี่ยวกับ AI ที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เวียดนามยังได้รับการยอมรับว่าเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี และการผลิตเพื่อการส่งออก ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากบริษัทข้ามชาติยังคงไหลเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง

การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนเหล่านี้ นำไปสู่ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งดำเนินนโยบาย Power Development Plan VIII (PDP8) ซึ่งเป็นแผนแม่บทด้านพลังงานฉบับใหม่ที่มุ่งเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ พร้อมเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการลงทุนในระบบสายส่งและโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

แผน PDP8 ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2573 โดยให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อรองรับการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของ Data Center และการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีโครงการในเวียดนาม

ภายใต้บริบทดังกล่าว บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER)  ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่พร้อมเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการเติบโตของตลาดพลังงานเวียดนาม โดยบริษัทเตรียมนำโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ Soc Trang กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และ Bac Lieu กำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิต 129 เมกะวัตต์ เข้าสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนปีนี้

การทยอยเปิดดำเนินการของทั้งสองโครงการจะทำให้ SUPER เริ่มรับรู้รายได้และกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นทันที เนื่องจากโรงไฟฟ้าทั้งหมดดำเนินธุรกิจภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreement: PPA) ซึ่งช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มีความมั่นคง และลดความผันผวนของผลประกอบการเมื่อเทียบกับธุรกิจที่พึ่งพารายได้แบบครั้งคราว

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER มั่นใจผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยมีแรงหนุนจากการ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม รวมถึงการเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่มีศักยภาพ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้

นอกจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่แล้ว SUPER ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโซลาร์ฟาร์ม วินด์ฟาร์ม และโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของบริษัท คือ การบริหารพอร์ตสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผ่านมา SUPER ได้ทยอยจำหน่ายโรงไฟฟ้าบางส่วนเพื่อนำเงินสดกลับมาลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น มีสภาพคล่องรองรับการลงทุนใหม่ และยังสามารถรักษาอันดับเครดิตระดับ BBB จากทริสเรทติ้ง ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและความมั่นคงของกระแสเงินสดจากสัญญา PPA ระยะยาวทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม

ดังนั้นแม้เศรษฐกิจเวียดนามจะเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของการส่งออกในบางอุตสาหกรรม แต่ปัจจัยพื้นฐานของประเทศยังแข็งแกร่งจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การขยายตัวของภาคการผลิต และนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดของภาครัฐ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในระยะยาวยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับ SUPER การมีโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ในตลาดที่ยังเติบโตสูง ประกอบกับการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ การมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว และความพร้อมด้านสภาพคล่องในการลงทุนเพิ่มเติม ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาว พร้อมต่อยอดการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นเมื่อผสานศักยภาพของเศรษฐกิจเวียดนามเข้ากับทิศทางการลงทุนด้านพลังงานสะอาดของรัฐบาลเวียดนาม และยุทธศาสตร์การขยายพอร์ตโครงการของ SUPER  ทำให้บริษัทมีความพร้อมรับประโยชน์จากเมกะเทรนด์พลังงานสะอาดของภูมิภาค และมีโอกาสก้าวสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายปีข้างหน้า