Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 17-07-2569 (แกะรอยฟันด์โฟลว์ 3 กลุ่มหุ้นต่างชาติลุยหนักมาก!)

ตอนนี้นอกจากเฝ้ารอผลประกอบการไตรมาส 2/69 แล้ว..มีอีกอย่างที่นักลงทุนต้องจับตา คือ เม็ดเงินต่างชาติ ที่เริ่มไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง หลังความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการเมืองไทยเริ่มดีขึ้น ทำให้ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเราเห็นต่างชาติทยอยซื้อหุ้นใหญ่เข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน SET INDEX ก็ยืนเหนือ 1,600 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง บรรดาเซียนหุ้นมองตรงกันว่าด่านสำคัญต่อไปอยู่แถว 1,640-1,650 จุด ถ้าผ่านได้เมื่อไร ก็มีโอกาสเห็นเงินต่างชาติไหลเข้ามาเพิ่ม เพราะจะเป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นไทยกลับมาเป็นขาขึ้นรอบใหม่
เจ๊จิ๋มลองไล่อ่านบทวิเคราะห์ของหลายสำนัก ทั้งอิโนเวสท์ เอกซ์, เอเซีย พลัส, กรุงศรี และเมย์แบงก์ ก็พบว่ามุมมองไปในทางเดียวกัน คือ ถ้าเงินต่างชาติยังเข้าต่อ หุ้นที่ได้อานิสงส์มากที่สุดก็คือหุ้นขนาดใหญ่ที่สภาพคล่องสูง กำไรดี และเป็นหุ้นที่กองทุนต่างชาติลงทุนได้ง่าย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่
กลุ่มแรก คือ หุ้นปันผลสูง ได้แก่ SCB, KTB, KBANK และ TISCO โดยกลุ่มนี้เหมาะกับคนที่ชอบลงทุนระยะยาว เพราะนอกจากราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับขึ้นแล้ว ยังมีเงินปันผลให้เก็บทุกปี หลายโบรกเกอร์มองว่ากำไรของกลุ่มธนาคารยังแข็งแรง แม้สินเชื่อจะโตไม่มาก แต่รายได้ยังดี หนี้เสียยังคุมได้ และมีการตั้งสำรองไว้ค่อนข้างมาก
สำหรับ KTB ยังได้แรงหนุนจากการเป็นธนาคารหลักของภาครัฐ ส่วน SCB และ KBANK เด่นเรื่องธุรกิจดิจิทัลและฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ขณะที่ TISCO ก็ยังเป็นหุ้นที่นักลงทุนสายปันผลชื่นชอบ เพราะจ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ผลตอบแทนอยู่ในระดับสูง เมื่อดอกเบี้ยเริ่มมีแนวโน้มลดลง หุ้นกลุ่มธนาคารจึงกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
กลุ่มที่สอง คือ หุ้นน้ำมันและพลังงาน ได้แก่ PTTEP, TOP, SPRC และ IRPC หลังจากที่ช่วงนี้ราคาน้ำมันโลกยังยืนในระดับสูง เพราะปัญหาความขัดแย้งในหลายพื้นที่ของโลกยังไม่จบ ทำให้หลายโบรกเกอร์ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน
PTTEP ได้ประโยชน์เต็ม ๆ เพราะยิ่งราคาน้ำมันสูง กำไรก็ยิ่งดี ส่วน TOP และ SPRC ได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับดี ขณะที่ IRPC แม้ธุรกิจปิโตรเคมียังฟื้นไม่เต็มที่ แต่ถ้าส่วนต่างราคาสินค้าดีขึ้น ผลประกอบการก็มีโอกาสกลับมาโตได้ ทำให้หลายโบรกเกอร์ยังให้น้ำหนักลงทุนกับหุ้นกลุ่มพลังงานมากกว่าตลาด
กลุ่มที่สาม คือ หุ้นบริโภคและเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่ CPF, HMPRO, OSP, TIDLOR และ SAWAD เนื่องจากกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ ถ้ากำลังซื้อของคนไทยกลับมาดีขึ้น และรัฐบาลเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
CPF ยังโดดเด่น เพราะราคาหมูและไก่อยู่ในระดับดี ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ลดลง ทำให้กำไรมีโอกาสเติบโต ส่วน HMPRO ได้แรงหนุนจากการซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน ขณะที่ OSP ได้อานิสงส์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง รวมถึงยอดขายในต่างประเทศที่ฟื้นตัว
ด้าน TIDLOR และ SAWAD ก็เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจ เพราะหากดอกเบี้ยเริ่มลดลงจริง ต้นทุนทางการเงินก็จะลดตามไปด้วย อีกทั้งหากเศรษฐกิจฐานรากฟื้น ลูกค้าผ่อนชำระได้ดีขึ้น คุณภาพหนี้ก็จะดีขึ้นตาม
แม้ตลาดหุ้นไทยจะขึ้นมาพอสมควรแล้ว แต่การที่ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณบวกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะที่ผ่านมา เวลาที่เงินต่างชาติไหลเข้าจริงๆ หุ้นใหญ่ที่พื้นฐานดีมักจะขึ้นก่อนเสมอ แล้วเม็ดเงินจึงค่อยกระจายไปยังหุ้นกลางและหุ้นเล็กในภายหลัง
ดังนั้น ถ้าใครกำลังมองหาหุ้นไว้ลงทุน เจ๊จิ๋มยังแนะนำให้ค่อย ๆ ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเน้น 3 กลุ่มนี้ คือ หุ้นปันผลสูง หุ้นน้ำมันและพลังงาน และหุ้นบริโภคในประเทศ เพราะเป็นกลุ่มที่หลายโบรกเกอร์ยังมองบวก และมีโอกาสได้รับอานิสงส์เต็ม ๆ หากเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง