Talk of The Town

ถึงเวลาหุ้นกลาง-เล็กพุ่ง ชูรอบนี้มีลุ้นแซงหุ้นใหญ่ Valuation ถูก-ปันผลเด่น


15 กรกฎาคม 2569

ถึงเวลาหุ้นกลาง-เล็กพุ่ง_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

โบรกฯ ชี้หุ้นขนาดกลาง-เล็กใน
sSET และ mai จะกลับมา Outperform ตลาดในช่วงที่เหลือของปี มอง mai มีปันผลไม่แพ้หุ้นใน SET แถม TISA อาจเป็นตัวกระตุ้นหุ้นขนาดกลาง-เล็กในช่วงปลายปี รวมทั้ง Valuation ไม่แพง PBV ของ mai Index อยู่ที่ 1.1 เท่า ต่ำสุดตั้งแต่เปิดตลาดมา

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า sSET เริ่มกลับมา Outperform ตลาดตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ส่วน mai เริ่มกลับมา Outperform ตั้งแต่ต้นเดือนก.ค.ด้วยความที่ Valuation ของ SET Index โดยภาพรวมค่อนข้างตึงตัว โดย PER2569 อยู่ที่16.5 เท่า และPER2570 อยู่ที่16.0 เท่า ทำให้คาดว่าหุ้นขนาดใหญ่จะเริ่มชะลอการปรับขึ้นและอาจได้เห็นแรงเก็งกำไรสลับมามายังหุ้นขนาดกลาง-เล็ก โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ

1.คาดการณ์ GDP เร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังปี 69 จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนที่จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่ง GDP ที่ปรับตัวขึ้นจะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นตามถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อการเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก

2.มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 68%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 6.7 หมื่นล้านบาท/วัน จากปีก่อนที่4 หมื่นล้านบาท/วัน ซึ่งในปีที่ mai Index เคลื่อนไหว Outperform SET Index ล่าสุดคือปี 2564-65 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 6.7 หมื่นล้านบาท และ 8.8 หมื่นล้านบาทตามลำดับ

3.Valuation น่าสนใจ และสะท้อน Downside ที่จำกัด โดย Current PBV ของ mai Index อยู่ที่ 1.1 เท่า ต่ำสุดตั้งแต่เปิดตลาดมา และเมื่อเทียบกับ CurrentPBV ของ SET Index ที่ 1.5 เท่า ซึ่งพบว่า Spread ระหว่าง PBV ของ SET-mai ที่ 0.5 เท่า เป็นกรอบบนของรูปแบบการเคลื่อนไหวในอดีตซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ mai กลับมา Outperform SET Index ในปี 2555,2557, 2563, 2564

4.หุ้นใน mai มีปันผลไม่แพ้หุ้นใน SET โดย Current Dividend Yield อยู่ที่3.6%ต่อปี ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของSET Index ในปัจจุบันและสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังของตัวเองที่ 2.1% ต่อปี

5.นักลงทุนรายบุคคลในประเทศเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยค่าเฉลี่ยเดือนก.ค.มีสัดส่วนอยู่ที่ 33% เทียบกับค่าเฉลี่ยปีก่อนที่ 31%

6.โครงการ TISA อาจเป็นตัวกระตุ้นหุ้นขนาดกลาง-เล็กในช่วงปลายปี เนื่องจากเป็นโครงการสนับสนุนการลงทุนระยะยาวโดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ไม่จำกัดเฉพาะการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ ผ่านกองทุนRMF, LTF,SSF,หรือ Thai ESG เหมือนอดีต แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี ออมหุ้นระยะยาวสามารถเลือกหุ้นเองได้ทำให้คาดว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็กจะได้แรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนใหม่ผ่านโครงการ TISA นี้ด้วย

ดังนั้น ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้คาดว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็กใน sSET และmai จะกลับมา Outperform ตลาดในช่วงที่เหลือของปี แนะนำลงทุนในหุ้น sSET และmai ที่คาดว่าผลประกอบการยังเติบโต, Valuation ไม่แพง, มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว, และได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย โดยหุ้น sSET ใน YuantaCoverage ที่เข้าเงื่อนไขข้างต้นคือ EPG, ADVICE, BBIK, SAMART, SJWD ส่วนหุ้นใน mai คือ KJL, FSMART

นอกจากนี้ยังมีหุ้นนอก Coverage ที่ประเมินว่ามีโอกาส Turnaround จากแรงหนุนของการลงทุนภาครัฐ,การลงทุนด้าน Data Center ระบบสาธารณูปโภคของภาคเอกชน,และการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย เช่น DITTO, FORTH, SYMC, SVOA,SMT, S เป็นต้น