Talk of The Town

หุ้นปันผลสูงนำทัพเด่น ดึงต่างชาติไหลเข้าหนัก โบรกฯ ชูหุ้นไทยดีกว่าหุ้นโลก!


15 กรกฎาคม 2569

หุ้นปันผลสูง_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์ชี้เป้า หลังต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยไม่หยุด ชี้ต่างชาติเน้นซื้อในหุ้น 3 กลุ่มหลัก ปันผลสูง-น้ำมัน-บริโภค
, ฐานราก ชู “หุ้นโลกยังดูดี แต่หุ้นไทยดูดีกว่า” จุดหลบภัยที่ดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ หลังคาดการณ์ปันผลปี 2569 สูงถึง 3.6 - 4.0% สูงกว่าหุ้นโลก

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า หุ้นโลกยังดูดี แต่หุ้นไทยดูดีกว่า รับเป็นเป้า FUND FLOW ด้วย VALUATION ที่น่าสนใจ

โดยจากการสำรวจผู้จัดการกองทุนทั่วโลก (BOFA GLOBAL FUND MANAGER SURVEY - FMS) ประจำเดือน ก.ค.69 ภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดการลงทุนทั่วโลกกำลังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ รวมถึงหุ้นไทยด้วย 4 เหตุผลหลัก ดังนี้

1.ภาพรวมเศรษฐกิจโลกแข็งแกร่งและมุ่งสู่ภาวะ NO LANDING ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด CPI ที่ออกมาต่ำคาด เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัว นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนถึง 54% มองว่าเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะ NO LANDING (เศรษฐกิจเติบโตต่อได้โดยไม่เกิดภาวะถดถอย) และ 61% เชื่อว่ากลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (HYPERSCALER) จะไม่ลดการลงทุน (CAPEX) ด้าน AI ในปี 2569

2.ตลาดหุ้นโลก ภาวะ EXTREME BULL ที่ซ่อนความเปราะบาง ดัชนี BULL & BEAR INDICATOR พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 9.5/10 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 บ่งบอกถึงภาวะตลาดที่อยู่ในโซน EXTREME BULL แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ สัดส่วนการถือครองเงินสด (CASH LEVEL) ของกองทุนลดลงเหลือเพียง 3.6% (จาก 4.1%) ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเม็ดเงินลงทุนถูกนำไปใช้ในตลาดแทบจะเต็มเพดานแล้ว ทำให้ตลาดมีความอ่อนไหวสูงมากหากมีข่าวเชิงลบเข้ามากระทบ

3.ความเสี่ยงหลัก การกระจุกตัวในหุ้น AI และ SEMICONDUCTOR โดย 82% ของผู้จัดการกองทุนมองว่าการเปิดสถานะซื้อ (LONG) ในหุ้นกลุ่ม GLOBAL SEMICONDUCTORS เป็นการลงทุนที่หนาแน่นนอกจากนี้ 45% ยังมองว่า ฟองสบู่ AI คือความเสี่ยงที่ใหญ่ในขณะนี้ ซึ่งสะท้อนผ่านหุ้น IBM ที่ราคาหุ้นร่วงลงอย่างรุนแรงถึง -25.2% วานนี้ หลังจากรายงานรายได้ไตรมาส 2/69 ที่ 17.2 พันล้านเหรียญฯ และกำไรต่อหุ้นที่ 2.93 เหรียญฯ ซึ่งออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้

4.ตลาดหุ้นไทย แสงสว่างและจุดหลบภัยที่ดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ ขณะที่ตลาดโลกกำลังกังวลกับ VALUATION ของหุ้น GROWTH ที่ตึงตัว แต่ตลาดหุ้นไทยกลับมีความน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ (FUND FLOW) ที่ไหลเข้าซื้อหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องถึง 14 ใน 15 วันทำการ รวมมูลค่ากว่า 4.8 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทย (MSCI THAILAND) ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน มิ.ย 2569 สามารถทำผลงานชนะตลาดโลก (MSCI ACWI) โดยบวกไปถึง +25.18% เทียบกับตลาดโลกที่บวกเพียง +11.77%

สำหรับความน่าสนใจของหุ้นไทยมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.ค่า EXPECTED P/E ปี 2569 ตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 16.9 เท่า (และหากตัดหุ้น DELTA ออก P/E จะเหลือเพียง 13.7 เท่า) ซึ่งถือว่าถูกกว่าดัชนีหุ้นโลกอย่าง MSCI ACWI (18.8 เท่า) และถูกกว่าตลาดสหรัฐฯ อย่าง NASDAQ ที่มี P/E สูงถึง 28.9 เท่า

2.คาดการณ์ปันผลปี 2569 สูงถึง 3.6% - 4.0% ซึ่งสูงกว่าหุ้นโลก (MSCI ACWI) ที่ให้ปันผลเพียง 1.8% และทิ้งห่างตลาดหุ้นสหรัฐฯ (NASDAQ ให้ปันผลเพียง 0.6%, S&P 500 ให้ 1.1%)

ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยมีทิศทางที่ดีและแข็งแกร่ง ตามแรงหนุนจากการที่นักลงทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง 14 จาก 15 วันทำการ (มูลค่ากว่า 4.8 หมื่นล้านบาท) ดัน SET INDEX +5.1% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย โดยต่างชาติเน้นซื้อในหุ้น 3 กลุ่มหลักๆ คือ

1.ปันผลสูง (ดอกเบี้ยโลกทยอยขึ้น) : SCB, KTB, KBANK, BBL, TISCO , TTB 2. น้ำมัน (ราคาน้ำมันดิบโลกฟื้น) : PTTEP, TOP, SPRC, IRPC 3. บริโภค, ฐานราก (เงินเฟ้อชะลอ BOND YIELD ลง) : CPF, HMPRO, OSP, TIDLOR, SAWAD

ดังนั้น หุ้นเด่นวันนี้ (TOP PICKS) ล้อไปกับ THEME หุ้นที่ต่างชาติไหลเข้าและมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น SCGP (คาดกำไรไตรมาส 2/69 NEW HIGH รอบ 4 ปี), PTTEP (ราคาน้ำมันหนุนและปันผลโดดเด่น) และ HMPRO (กำไรเติบโต และเข้าธีมปันผล)