Talk of The Town

โบรกฯ แนะ “ขาย” COM7 ชี้ดีล PLANB ยังไม่มีผลต่อพื้นฐาน แถมราคาวิ่งเกินแล้วกว่า 18%


01 กรกฎาคม 2569

โบรกฯ แนะ “ขาย” COM7_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ มองดีล PLANB ยังไม่มีผลกระทบเชิงปัจจัยพื้นฐานต่อ COM7 ในระยะสั้น แต่หากมีความร่วมมือกับ ในอนาคต อาจยังไม่สามารถสร้างผลกำไรที่มีนัยสำคัญ ปรับลดลงคำแนะนำ ลงเป็น “Sell” จากเดิม “Trading” หลังราคาหุ้นถูกผลักดันจากการที่ PLANB เข้ามาซื้อหุ้น ปรับขึ้นมา 18% คาดหลังจากนี้น่าจะหมดแรงหนุน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากกรณี PLANB แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าได้เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของ COM7 จำนวนทั้งสิ้น 263 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 11.01% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ COM7 โดยมีมูลค่าลงทุนราว 7.2 พันล้านบาท (คิดเป็นเฉลี่ยราว 27.45 บาท/หุ้น) ซึ่งได้เข้าลงทุนเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 69 จำนวน 93 ล้านหุ้น และวันที่ 30 มิ.ย. 69 จำนวน 170 ล้านหุ้น

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นฝ่ายวิจัย คาดว่าจากการเข้ามาถือหุ้นของ PLANB จะยังไม่มีผลกระทบเชิงปัจจัยพื้นฐานต่อ COM7 ในระยะสั้น เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดของความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง COM7 และ PLANB ประกอบกับกลยุทธ์การเติบโตธุรกิจของ COM7 ในปีนี้ตามที่บริษัทเคยระบุไว้ก่อนหน้า เป็นการมุ่งขยายธุรกิจเสริมของบริษัท เช่น ธุรกิจ สินเชื่อ (UFUND) ธุรกิจประกันภัย (iCare Insurance) และธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (Gold Integrate) 

โดยคาดว่าหากมีความร่วมมือกับ PLANB ในอนาคตน่าจะเป็นธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจดังกล่าวข้างต้น นอกจากนี้ โดยปกติการเริ่มธุรกิจใหม่ อาจยังไม่สามารถสร้างผลกำไรที่มีนัยสำคัญให้กับบริษัทในช่วงปีแรกๆ ของธุรกิจ 

อีกทั้งคงมุมมองว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/69 จะลดลงจากไตรมาสก่อน ตามผลฤดูกาล แต่สามารถ เติบโตได้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจเสริม อย่างไรก็ดี มีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อ แนวโน้มยอดขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงครึ่งหลังปี 69 จากแนวโน้มราคาสินค้าที่ปรับ สูงขึ้น จากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก 

ดังนั้นจึงปรับลดคำแนะนำลงเป็น “Sell” จากเดิม “Trading” และคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 25.50 บาทเนื่องจาก ราคาหุ้นถูกผลักดันจากการที่ PLANB เข้ามาซื้อหุ้น โดยปรับขึ้นมา 18% นับจากวันที่ PLANB เริ่มเข้ามาถือหุ้นครั้งแรก ซึ่งหลังจากนี้น่าจะหมดแรงหนุนในประเด็นนี้ รวมทั้งแนวโน้มกำไรที่คาดจะเข้าสู่ช่วง low season ในช่วงไตรมาส 2-3/69และความกังวลต่อราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นกดดันยอดขายในอนาคต คงประมาณการกำไรปี 69 ที่ 4.3 พันล้านบาท เติบโต 3%