Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 30-06-2569 (นับถอยหลังร่วมงาน mai FORUM 2026 พบกันวันที่ 4 ก.ค.นี้ @เซ็นทรัลเวิลด์)

DOD ไม่รอด!!! วานนี้รูดดดดดดด!!!ตั้งแต่เปิดตลาด น่าจะเป็นเรื่องเราวเกี่ยวเนื่องมาจากประเด็นที่สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งให้ DOD ให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีในการสอบทานงบการเงิน งวดไตรมาส 1 ปี 2569 และให้นำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้วต่อ ก.ล.ต. พร้อมทั้งเปิดเผยงบการเงินดังกล่าวต่อสาธารณชนผ่านระบบ SETLink ภายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569
งานนี้ทางฝั่งของ DOD ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อสังเกตของผู้สอบบัญชีในงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2569 โดยบริษัทฯ ได้รับความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบประเด็นเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้า เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสูงสุดตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมยืนยันแผนการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อเตรียมนำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ลุ้นกันต่อไป!!! สำหรับ DOD วันนี้จะไปต่อ หรือ พอแค่นี้!!!
อีกเรื่องราวที่เจ๊ได้ยินข่าวมาตอนสายๆ ราว 11.00 น.เมื่อวานนี้และ ประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ตลท.ก้อสั้งขึ้นเครื่องหมาย H หุ้น CGH เนื่องจากปรากฎข่าวว่า we bull บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ บริษัทหลักทรัพย์ พาย ด้วยมูลค่า 2,500 -3,000 ล้านบาท โดยได้มีการเซ็นซื้อขายแล้วในวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของ CGH โดยตลาดหลักทรัพย์ฯยังไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ดังนั้นจึงหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ CGH เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลา 13.45 น. ของวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จนกว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับข้อมูลดังกล่าว
รอฟังค่ะ!!! วันนี้เค้าจะแจ้งกับ ตลท.ว่าอย่างไรต่อไป
ส่วนภาพรวมหุ้นไทยเมื่อวานปิดได้อย่างสวยงาม ดัชนีปิดที่ระดับ 1577.81 จุด เพิ่มขึ้น 35.47 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 71,956 ล้านบาท แต่!!! หากดูเพียงตัวเลขหน้ากระดาน หลายคนอาจมองว่าตลาดเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง แต่สำหรับเจ๊จิ๋มแล้ว การปรับตัวขึ้นในรอบนี้ยังต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือแรงซื้อจากพื้นฐาน และอะไรคือแรงซื้อจากการบริหารพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน เพราะการเข้าใจที่มาของการขึ้น จะช่วยให้วางกลยุทธ์ลงทุนได้ถูกต้องมากกว่าการวิ่งไล่ราคาตามกระแส
อย่างที่เจ๊เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าเมื่อถึงช่วงสุดท้ายของเดือนและเป็นเดือนสุดท้ายประจำไตรมาส 2/69 กลุ่มหุ้นใหญ่ได้แก่ DELTA, ADVANC, GULF, AOT, CPALL, PTT, PTTEP, KBANK, SCB, BDMS และ TRUE ซึ่งล้วนเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักต่อดัชนี และมักถูกใช้เป็นตัวเลือกในการปรับพอร์ตของกองทุนในช่วงปลายไตรมาส เนื่องจากมีโอกาสที่จะได้อานิสงส์ของ Window Dressing ต่างก็พากันมาตามนัดด้วยการขยับขึ้นทั้งแผง
ซึ่งโดยหลักการแล้วหุ้นที่ขยับขึ้นเหล่านี้มีปัจจัยจาก "พิมพ์เขียว" ของการทำ Window Dressing ที่ชัดเจนมาก 3 ข้อ ได้แก่
1. การไล่ราคาหุ้นบิ๊กแคป (Big Cap) เนื่องจากเป้าหมายหลักของการทำ Window Dressing คือการดันราคาหุ้นที่กองทุนถืออยู่เยอะๆ เพื่อให้ตัวเลขมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ในรายงานปิดงวดออกมาดูดี การที่วันนี้หุ้นใหญ่อย่าง DELTA, BDMS, AOT หรือกลุ่มธนาคารอย่าง KTB และ SCB ถูกกระชากขึ้นพร้อมกัน เป็นลักษณะเด่นของการเลือกดันหุ้นมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่มีผลต่อดัชนีสูง
2. เม็ดเงินสถาบันพลิกกลับมาซื้อสุทธิ หลังบรรยากาศตลาดค่อนข้างเงียบเหงาและมีแรงขายทำกำไรออกมาเนืองๆ แต่พอเข้าสู่ช่วง 1-2 วันทำการสุดท้ายก่อนปิดไตรมาส กลับมีแรงซื้อหนาแน่นดันดัชนีบวกแรงกว่า 25 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำสั่งซื้อประเภทดันราคา (Aggressive Buy) จากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ
3. ผสมโรงกับวันสิ้นสุดสัญญา Futures ซึ่งเป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของ SET50 Index Futures Series M (S50M26) การทำ Window Dressing ในตลาดหุ้น จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือในการดันราคาเพื่อปิดสถานะหรือทำราคาอ้างอิงในฝั่งตลาดอนุพันธ์ให้ได้เปรียบด้วยเช่นกัน
สิ่งที่เจ๊จิ๋มอยากเตือนนักลงทุนมากที่สุด คือแทบทุกครั้งที่ผ่านช่วง Window Dressing ไปแล้ว แรงซื้อที่เกิดจากการบริหารบัญชีของกองทุนจะค่อย ๆ ลดลง เมื่อเข้าสู่เดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของไตรมาส 3 เม็ดเงินที่เคยเข้ามาหนุนตลาดอาจหายไป และเปิดโอกาสให้เกิดแรงขายทำกำไรตามธรรมชาติ
ดังนั้น กลยุทธ์ที่เหมาะสมในช่วงนี้คือ อย่าเพิ่งตื่นเต้นกับการขึ้นแรงเพียงวันเดียว แต่ควรรอประเมินว่าหลังจากแรงซื้อพิเศษหมดลงแล้ว หุ้นที่เราสนใจยังสามารถรักษาระดับราคาและมีแรงซื้อจากปัจจัยพื้นฐานเข้ามารองรับได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ขับเคลื่อนราคาหุ้นในระยะยาวยังคงเป็นผลประกอบการ ไม่ใช่การแต่งพอร์ตในช่วงปิดงวด
ก่อนจากกัน...เจ๊จิ๋มขอใช้พื้นที่ประชาสัมพันธ์งานดี ๆ สำหรับนักลงทุน นั่นคือ งาน mai FORUM 2026 : มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้แนวคิด "Discovering The Golden Opportunities เฟ้นหาโอกาสทอง พลิกมุมมองการลงทุน" ซึ่งจะมีบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai หลายกลุ่มอุตสาหกรรมเข้ารวมงาน เช่น
กลุ่มเทคโนโลยี, บริการ และวิศวกรรม
-IND (บมจ. อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป): ปักหมุดที่บูธ 12 เตรียมเปิดแผนยุทธศาสตร์และโปรเจกต์ใหม่ในฐานะวิศวกรที่ปรึกษา
-TBN (บมจ. ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น): อยู่ที่บูธ 86 เตรียมขนไฮไลต์เทคโนโลยีอย่าง End-to-End Lending Platform มาอัปเดตให้นักลงทุนฟัง
-SECURE (บมจ. เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว): สายไซเบอร์ซีคิวริตี้ ส่งผู้บริหารร่วมแจกแจงทิศทางธุรกิจบนเวทีเสวนา
-LEO (บมจ. ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์): อยู่ที่บูธ 110 จัดทัพใหญ่มาภายใต้คอนเซปต์เปิดโอกาสทองฝั่งโลจิสติกส์
กลุ่มการแพทย์, ความงาม และสินค้าอุปโภคบริโภค
-D (บมจ. เดนทัล คอร์ปอเรชั่น): เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อย่าง "Yin Dee Care ยินดีดูแลทุกรอยยิ้ม" โปรแกรมดูแลสุขภาพฟันระดับองค์กร พร้อมจัดโปรโมชันและแจกของรางวัลที่บูธ
-BIZ (บมจ. บิสซิเนส อะไลเม้นท์): สายเครื่องมือแพทย์ เตรียมเปิดตัวแบรนด์หรือนวัตกรรมใหม่ในชื่อ "BIZGENES"
-MAGURO (บมจ. มากุโระ กรุ๊ป): หุ้นร้านอาหารญี่ปุ่นและชาบูยอดนิยม ส่งผู้บริหารร่วมอัปเดตแผนการขยายสาขาและการเติบโต
-FPI (บมจ. ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้): ขนทัพสินค้าและแผนธุรกิจยานยนต์มาเจอเนื้อๆ กับนักลงทุนที่บูธ 15
-TATG (บมจ. ไทยออโตทูลส์ แอนด์ ดาย): หุ้นน้องใหม่สายแม่พิมพ์และชิ้นส่วนยานยนต์ เข้าร่วมพบปะนักลงทุนเพื่ออัปเดตผลงานหลังเข้าตลาดฯ
กลุ่มอุตสาหกรรม, บรรจุภัณฑ์ และอื่นๆ
-KJL (บมจ. กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค): ผู้นำด้านตู้ไฟและรางเคเบิล
-STP (บมจ. สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์): บรรจุภัณฑ์กระดาษครบวงจร
-SAAM (บมจ. เอสเอาเอเอ็ม ดีเวลลอปเมนท์)
-TPOLY (บมจ. ไทยพาร์เซิล)
-PMC (บมจ. พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์)
นอกจากบูธของบริษัทข้างต้นแล้ว ในงานปีนี้ยังมีเซสชันพิเศษจาก บล. และ บลจ. ชั้นนำ (เช่น บล.กสิกรไทย, บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า) รวมถึงการเปิดตัวของสตาร์ทอัพและ SME จากโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เตรียมเข้ามาระดมทุนในอนาคตด้วย และยังมีเวทีสัมมนาจากบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำ อาทิ บล.กสิกรไทย บล.กรุงศรี และ บล.หยวนต้า รวมถึงการนำเสนอธุรกิจของสตาร์ทอัพและ SME จากโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กำลังเตรียมก้าวเข้าสู่ตลาดทุนในอนาคต
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาไอเดียใหม่ ๆ หรืออยากพบผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนตัวจริง งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงเจ้าค่ะ