Talk of The Town

เทใจให้? HANA-KCE โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” เต็มสูบ ส่วน DELTA ราคาสะท้อนฝันแล้ว


26 มิถุนายน 2569

เทใจให้ HANA-KCE _S2T (เว็บ) copy_0.jpg

โบรกฯ ชู HANA และ KCE เป็นหุ้นเด่น  แนวโน้มการฟื้นตัวเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วน DELTAแม้ เป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากธีม AI แต่ราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คงคำแนะนำ Overweight  กลุ่มอิเลคทรอนิกส์โดยเลือก HANA และ KCE เป็นหุ้นเด่น ทั้งนี้ DELTA เป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากธีม AI อย่างชัดเจนในระยะยาว แต่ราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว 

ส่วน HANA และ CCET คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2569 และมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นยิ่งขึ้นในปี 2570 แม้ KCE จะมีความเกี่ยวข้องกับ AI โดยตรงค่อนข้างจำกัด แต่บริษัทมีแนวโน้มฟื้นตัวของอัตรากำไรตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2569 จากการปรับสัดส่วนสินค้าสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น (Richer Product Mix) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน (Cost Efficiency) ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของผลประกอบการในระยะถัดไป จึงแนะนำซื้อ HANA, KCE และแนะนำถือ DELTA, CCET

โดย HANA แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 44 บาท แนวโน้มการฟื้นตัวเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เชื่อว่า HANA กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนของวัฏจักรธุรกิจ (Cyclical Inflection Point) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอัตราการใช้กำลังการผลิตในธุรกิจรับประกอบและทดสอบชิป (OSAT), การได้รับโครงการใหม่ และการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การเพิ่มงบลงทุน (Capex) ในปี 2026 มากกว่าระดับของปีก่อนถึงกว่า 3 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะกลาง เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโต 47% ในปี 2569 และ 55% ในปี 2570 โดยมีแรงหนุนจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วน KCE แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 44 บาท การฟื้นตัวจะชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 69 โดยมีแรงหนุนจากความต้องการตามฤดูกาล (Seasonal Demand) ที่แข็งแกร่งขึ้น อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ที่ปรับตัวดีขึ้น การรับรู้ผลเต็มไตรมาสจากการปรับขึ้นราคาขาย ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนมิ.ย.2569 

โดยเมื่อรวมกับการดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน (Cost Optimization) อย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มสัดส่วนการผลิตแผงวงจร HDI (High-Density Interconnect PCB) ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าเดิม จะช่วยให้โมเมนตัมการเติบโตของกำไรแข็งแกร่งและเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เราคาดว่ากำไรจะเติบโตแข็งแกร่ง 32% ในปี 2569 และ 21% ในปี 2570