Talk of The Town

จับตา! หุ้นแบงก์ไทย เตรียมรับเงินไหลเข้ารอบใหม่ MSCI อินโดฯ เสี่ยงโดนหั่นน้ำหนักเดือนส.ค.


11 สิงหาคม 2569

จับตา! หุ้นแบงก์ไทย_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ คาดหุ้นธนาคารมีโอกาสจะกลับมา Outperform พร้อมให้ผลตอบแทนเด่นช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ลุ้นฟันโฟลว์ไหลเข้า หลัง MSCI อาจลดน้ำหนักลงทุนอินโดนีเซีย ชูหุ้นเด่น KBANK-KTB

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยจะกลับมาเป็นผู้นำตลาดประเมินมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะ Outperform ตลาดและให้ผลตอบแทนโดดเด่นในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ประเมินในรอบนี้กลุ่มธนาคารไม่ได้ขับเคลื่อนเพียงเรื่องผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่ดีกว่าคาดแต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของวัฏจักรเศรษฐกิจและการลงทุน ซึ่งอาจนำไปสู่ P/BV Re-rating ของทั้งกลุ่มในระยะถัดไป

ขณะเดียวกันฟันด์โฟลว์มีโอกาสไหลเข้าไทยต่อ โดยต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 7 หมื่นล้านบาท จากต้นปีถึงปัจจุบัน และ 4.3หมื่นล้านบาท จากต้นเดือนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันไทยมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการโยกย้ายเงินลงทุนในภูมิภาค โดยเฉพาะจากอินโดนีเซียที่มีความเสี่ยงเฉพาะตัว

โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยง MSCI อินโดนีเซีย อาจถูกปรับลดน้ำหนักในรอบ ส.ค. 2569 คาดกระทบฟันด์โฟลว์ราว 600-800 ล้านดอลลาร์ ผลประกอบการกลุ่มธนาคารอินโดนีเซียเริ่มอ่อนแอลงBank Mandiri  ครึ่งปีหลังปี 69 ยังเผชิญแรงกดดันจาก NIM จากสภาพคล่องที่ตึงตัวและส่วนต่างผลตอบแทนสินเชื่อ (Loan Yield Spread) ที่แคบลง

และ Loan Growth มีแนวโน้มจำกัดเพราะสภาพคล่องกำไรครึ่งปีหลังคาดเติบโตจำกัด (Muted  Profit  Growth) จึงมีความเสี่ยงที่ราคาหุ้นจะถูกกดดันหลังจากปรับขึ้นมาแล้ว Tier 1Ratio อยู่ที่ 17.5% ใกล้กรอบเป้าหมาย 17-18% ทำให้โอกาสเพิ่มDividend Payout มีจำกัดและอาจเป็นดาวน์ไซด์ต่อความคาดหวังเงินปันผลโดยรวมหนุนเงินเข้าธนาคารไทยที่มีภาพบวกสวนทางกัน

นอกจานี้ ความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้ประธานาธิบดี Prabowo ทั้งมาตรการตรวจสอบภาษีการยึดทรัพย์และแนวคิดภาษีความมั่งคั่งซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมองว่าธนาคารพาณิชย์ไทยเป็นกลุ่มแรกที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากกระแส Fund Rotation ในเชิงเปรียบเทียบ

สำหรับกลยุทธ์ให้น้ำหนัก “Overweight” กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย โดยมองว่าการฟื้นตัวรอบนี้มีโอกาสพัฒนาไปสู่ Re-rating  Cycle มากกว่าเป็นเพียงการฟื้นตัวของกำไรระยะสั้น Best Pick เน้น KBANK, KTB

โดย KBANK ราคาเป้าหมาย 300 บาท จุดเด่นคือ Wealth  Management เด่นรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ (Net Fee) เติบโตดีซึ่งเป็นตัวหนึ่งที่ผลักดันกำไรสุทธิ และคาดธนาคารสามารถรักษาระดับเงินปันผลต่อปี อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 6% โดยครึ่งปีแรกปี 69 คาดปันผลที่ 2.0 บาทหุ้น นอกจากนั้นยังมีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษจากเงินที่เหลือจากโครงการซื้อหุ้น

รวมไปถึงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีทั้งค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) และ NPL นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในธนาคารที่ได้ประโยชน์จาก Investment Cycle รอบใหม่Investment  Cycle รอบใหม่ และมูลค่าหุ้น (Valuation) ยังไม่สะท้อนรอบการเติบโตใหม่

ส่วน KTB ราคาเป้าหมาย 55 บาท โดยคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งและได้อานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐและโครงการโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึง Valuation ยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตและคาดสามารถรักษาระดับ ROE ที่10% และเงินปันผล ที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่อปีที่ 6% ได้ โดยครึ่งปีแรกปี 69 คาดจ่ายที่ 0.43 บาท