Talk of The Town

เปิด 3 ธีม หุ้นรับผลบวก “อนุทิน” นำทีมโรดโชว์สหรัฐฯ ดึง FDI หนุนวัฏจักรลงทุนรอบใหม่


25 กันยายน 2569

เปิด 3 ธีม หุ้นรับผลบวก_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ ชู 3 ธีมหุ้นเด่น เตรียมรับผลบวก หลัง อนุทิน นำทีมรัฐมนตรีโรดโชว์ในสหรัฐฯ ลุ้นดึงดูด FDI กลุ่มเทคโนโลยี-พลังงานสะอาด ย้ายฐานและขยายการลงทุนมาไทย เร่งวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ในประเทศ

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2026 ณ นครนิวยอร์ก สภาธุรกิจสหรัฐฯ–อาเซียน (USABC) และหอการค้าสหรัฐฯ ได้จัดงานนำผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีของไทย 

โดยรัฐบาลได้ตอกย้ำจุดยืนของไทยในการเป็นศูนย์กลางภูมิภาคและประตูสู่ตลาดอาเซียน 700 ล้านคน ท่ามกลางกระแสการแบ่งขั้วภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมเร่งสรุปเงื่อนไขข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ในช่วงสุดท้าย นอกจากนี้ ไทยยังได้อำนวยความสะดวกในการลงทุนผ่านการปรับปรุงระบบ Thailand Fast Pass เพื่อลดอุปสรรคทางธุรกิจ 

ซึ่งช่วยหนุนให้มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งปีแรกปี 69 พุ่งแตะ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+37% YoY) โดยตั้งเป้าผลักดันความสามารถในการแข่งขันของไทยติด 1 ใน 20 ของโลกภายในปี 2030 

ขณะที่ผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุถึงการขยายความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน พลังงาน และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ Superintelligence (SI) ซึ่งผู้บริหารสหรัฐฯ จำนวนมากยังมีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปี World Bank-IMF ในเดือน ต.ค. นี้ด้วย

ขณะที่วานนี้ (24 ก.ย. 2026) นายกรัฐมนตรียังได้เข้าเยี่ยมชมสำนักงาน Google ณ Pier 57 และหารือกับนาง Ruth Porat ซึ่งเป็น President & CIO ของ Alphabet และ Google โดย Google ยืนยันการลงทุนในพื้นที่ EEC จ.ชลบุรี ผ่านแผนพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

และโครงการ Google Cloud Region ในกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) พร้อมแผนจัดตั้งสถาบัน Open Data เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานดิจิทัลและเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปไทย โดย Google ยืนยันการเป็นพันธมิตรระยะยาวกับประเทศไทย

ดังนั้น มองว่าการเจรจาการค้าและความคืบหน้าของ Thailand Fast Pass ตลอดจนความชัดเจนของเม็ดเงินลงทุนจริงระดับ 3.6 หมื่นล้านบาท จากยักษ์ใหญ่อย่าง Google จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมีนัยสำคัญในการดึงดูด FDI กลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดให้ย้ายฐานและขยายการลงทุนมายังไทย 

โดยเฉพาะการพัฒนามาตรฐาน Green Data Center และเทคโนโลยี SI ที่จะเป็นตัวเร่งอุปสงค์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ได้แก่ Data Center, ระบบเครือข่ายคลาวด์, ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และอุปกรณ์โทรคมนาคม 

นอกจากนี้ การพบปะหารือล่วงหน้ายังช่วยสร้างโมเมนตัมที่แข็งแกร่งและปูทางไปสู่การลงนาม MOU หรือข้อตกลงการลงทุนจริงในระหว่างการประชุมระดับโลก World Bank-IMF ที่กรุงเทพฯ ช่วงกลางเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งจะช่วยหนุนบรรยากาศเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 4/69

ทั้งนี้ ความชัดเจนในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่เร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลังปี 69 รวมถึงปัจจัยหนุนจากการจัดงานระดับโลก จะเป็นตัวเร่งให้เกิดวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลักที่คาดจะได้รับอานิสงส์บวก ดังนี้

โดย Investment Play ซึ่งคาดจะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น ทั้งจากการขยายฐานการผลิต การขยายตัวของการลงทุน Data Center และคลาวด์ แผนการลงทุนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่กลับมาฟื้นตัว ได้แก่ กลุ่มนิคม (WHA, AMATA) กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (GULF, GPSC, BGRIM, GUNKUL) กลุ่มรับเหมา (STECON CK) และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (ADVANC, TRUE, INSET)

ต่อมาเป็นธีม Banking Re-rating Play ซึ่งมองว่ายังมี Upside และมีโอกาสถูก Re-rating จากการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวขึ้นตามวัฏจักรการลงทุนภาคเอกชนที่กำลังเริ่มต้นขึ้น และวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่สิ้นสุดลง ได้แก่ BBL, KBANK และ KTB

สุดท้าย Consumption Play ซึ่งระยะสั้นจะได้อานิสงส์จากยอดผู้ใช้บริการที่เร่งตัวขึ้นจากการเดินทางของคณะผู้บริหารสหรัฐฯ และผู้เข้าร่วมงานระดับโลกในงาน World Bank-IMF ในเดือน ต.ค. นี้ ขณะที่ระยะยาวจะได้ประโยชน์จากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, CENTEL, ERW, MINT) และกลุ่มพาณิชย์ (CPALL, CRC, CPN)