Wealth Sharing

เปิด 3 โครงการยักษ์ใหญ่ รัฐจ่อประมูลครึ่งหลัง


22 มิถุนายน 2569

เปิด 3 โครงการยักษ์ใหญ่_WS (เว็บ) copy.jpg

กลุ่มหุ้นรับเหมาก่อสร้าง เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เริ่มกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง ที่ล่าสุดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่กลับมาเพิ่มขึ้นตลอดในช่วงปี 2569 ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังท่าทีของรัฐก็จะทยอยเข็นการประมูลโครงการขนาดใหญ่ออกมาถึง 3 โครงการ มูลค่ารวมกันกว่า 1.64 แสนล้านบาท

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า สำหรับฤดูกาลแห่งการเบิกจ่ายงบประมาณในอดีต ภาครัฐมักเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ซึ่งสิ้นสุดในเดือนก.ย. โดยแผนภาพ 3 แสดงให้เห็นรูปแบบตามฤดูกาลที่ชัดเจน ซึ่งยอดเบิกจ่ายคงค้างมักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 

ในด้าน backlog จากนโยบายเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ คาดว่าโครงการภาครัฐที่ได้รับอนุมัติแล้ว รวมมูลค่า 1.64 แสนล้านบาท จะทยอยเปิดประมูลในช่วงไตรมาส 3-4 ซึ่งประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่  2 มูลค่า 1.17 แสนล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ M5 มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท และโครงการมอเตอร์เวย์ M9 มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท คาดว่าการได้รับ backlog ใหม่จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในช่วงไตรมาส 3-4

ดังนั้น จึงยังมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การประมูลงานที่มีความสมเหตุสมผลมากขึ้น จากการแข่งขันที่ลดลง และโอกาสที่ผู้รับเหมาก่อสร้างจะสามารถฟื้นฟู backlog ได้หลังผ่านช่วงวัฏจักรอ่อนตัว

โดยเมื่อความไม่แน่นอนจากสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลายโครงการภาคเอกชนมีแนวโน้มทยอยกลับมาเดินหน้าอีกครั้งยังได้ปรับเพิ่ม PBV และ P/E ของ CK และ STECON เพื่อสะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่ม ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 การได้รับ backlog ใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาหุ้น หุ้นเด่นของยังคงเป็น STECON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20.62 บาท) และ PYLON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.32 บาท) จากการกระจายความเสี่ยงที่ดีกว่าระหว่างโครงการภาครัฐและภาคเอกชน

ทั้งนี้ สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างได้ปรับเพิ่มตัวคูณ PBV ของ CK และ STECON เพื่อสะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่ม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโอกาสในการได้รับ backlog ใหม่และแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง โดยอ้างอิง PBV เฉลี่ยในช่วงวัฏจักรขาขึ้นและขาลงระหว่างปี 2559-68 

โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ CK ขึ้น 13% เป็น 27.98 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มตัวคูณ PBV เป็น 1.46 เท่า นอกจากนี้ ยังปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ STECON ขึ้น 35% เป็น 20.62 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มตัวคูณ PBV เป็น 1.8 เท่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ ” สำหรับ SEAFCO และ PYLON โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 3.46 บาท และ 4.32 บาท ตามลำดับ

เปิด 3 โครงการยักษ์ใหญ่_WS (เพจ) copy.jpg