จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TIDLOR สู่โหมดเติบโตเต็มกำลัง คุณภาพสินทรัพย์ฟื้น-ธุรกิจประกันแกร่ง โบรกฯชี้ ROE ทะลุ 15% หนุนมูลค่าระยะยาว


18 มิถุนายน 2569

TIDLOR สู่โหมดเติบโตเต็มกำลัง_S2T (เว็บ)_0.jpg

หลังผ่านช่วงปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อและบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด TIDLOR กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่ จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ขยายตัวสูงกว่าอุตสาหกรรม และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้นักวิเคราะห์มองเห็นโอกาสการเติบโตของกำไรและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระดับสูงต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บมจ.ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) ต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และปัญหาคุณภาพสินทรัพย์ในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อรถบรรทุก อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจปรับกลยุทธ์เชิงรุกสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำลังสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับบริษัทในปัจจุบัน

โดยบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) มองว่า TIDLOR กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวที่น่าสนใจ หลังคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่โดดเด่น จึงแนะนำ "ซื้อ" พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 25 บาทต่อหุ้น

สิ่งที่ทำให้ TIDLOR แตกต่างจากผู้ประกอบการสินเชื่อรายอื่น คือความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต การบริหารความเสี่ยง และการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โดยเมย์แบงก์คาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทจะเติบโตประมาณ 15% และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 15.7% ในปี 2569

หากบริษัทดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครบตามวงเงิน 2.4 พันล้านบาท ROE ยังมีโอกาสขยับขึ้นสู่ระดับ 16.2-16.4% ในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งเป็นระดับที่โดดเด่นสำหรับธุรกิจการเงินในประเทศไทย

อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ TIDLOR คือการปรับปรุงคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างจริงจังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากการที่ฝ่ายบริหารได้ตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ผ่านการปรับเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อให้เข้มงวดขึ้น ลดสัดส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) และนำระบบกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยง หรือ Risk-Based Pricing มาใช้

ผลลัพธ์จากมาตรการดังกล่าวทำให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และการเกิดหนี้เสียใหม่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตลอด 5 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ระดับเงินสำรองยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงความระมัดระวังในการบริหารความเสี่ยงและความพร้อมในการรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

นอกจากธุรกิจสินเชื่อแล้ว อีกหนึ่งเสาหลักที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับ TIDLOR คือธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตที่สำคัญของกลุ่มบริษัท โดยที่ผ่านมาธุรกิจประกันภัยของ TIDLOR มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมสูงถึง 29% ต่อปี และก้าวขึ้นเป็นนายหน้าประกันภัยอันดับ 2 ของประเทศไทย

ที่น่าสนใจคือ ในปี 2568 บริษัทสามารถขยายตัวได้ถึง 11% ขณะที่อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยโดยรวมเติบโตเพียง 2% สะท้อนถึงความสามารถในการชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว มาจากการสร้างความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี  ที่ช่วยเชื่อมโยงประโยชน์ระหว่างลูกค้า บริษัทประกัน และบริษัทเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ   จากระบบบริการเคลมแบบครบวงจรช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า ขณะที่ระบบวิเคราะห์ข้อมูลช่วยให้บริษัทประกันสามารถประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตลูกค้า

ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าประกันภัยมากกว่า 90% ไม่ได้เป็นลูกค้าสินเชื่อของบริษัท ทำให้มีโอกาสขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่มเติมได้อีกมากในอนาคต

สำหรับนักลงทุน สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ศักยภาพการเติบโต คือความสามารถในการสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่ผู้ถือหุ้นด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง การได้รับการสนับสนุนด้านสภาพคล่องจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา และอันดับเครดิตระดับ A+ ทำให้ TIDLOR มีความพร้อมในการดำเนินนโยบายคืนผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อนับรวมโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2.4 พันล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล บริษัทมีอัตราการจ่ายเงินคืนรวมให้ผู้ถือหุ้นสูงถึง 89% คิดเป็นผลตอบแทนรวมต่อผู้ถือหุ้น หรือ Total Shareholder Yield ประมาณ 9%  สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของฐานะการเงินและความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารที่มีต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ

ขณะที่นางอาฑิตยา พูนวัตถุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ TIDLOR ที่ยืนยันว่า บริษัทจะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านการบริหารงานโดยทีมผู้บริหารมืออาชีพ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน