Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 17-06-2569 (สัญญาณดี! เม็ดเงินสลับเข้าเอเชีย-ไทย ชี้เป้าหุ้นเข้า SET50 รอบนี้ THAI-TFG-MRDIYT-BCP)

ภาพใหญ่วันนี้ตลาดหุ้นของเรายังมีเรื่องราวดีๆ ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องกระแสเงินทุนต่างชาติเป็นภาพไหลเข้า (หากตัด Big Lot TTB ที่กลุ่ม ING ขายออกไป) คาดเห็น Fund Flows ไหลเข้าเช่นเดียวกับทุกประเทศในเอเชีย ส่วนตลาดพันธบัตร ซื้อสุทธิ และ ค่าเงินบาทแข็งค่าทรงตัวที่ 32.5-32.6 บาทต่อเหรียญฯ
ครั้งนี้กูรูส่งสัญญาณชัดเจนว่า โดยประเมินว่าไทยกำลังยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของ Investment Cycle ระลอกใหญ่ การลงทุนให้เน้น Theme Thailand New Capex Cycle เน้นกลุ่มที่มีโอกาสรับประโยชน์เร็วฝั่งต้น-กลางน้ำก่อน และมีการปรับเป้า SET INDEX ปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 1680 จุด พีอี 17.5 เท่า
กลุ่มธนาคาร(วงจรการลงทุนหนุนทั้งค่า Fees จากธุรกิจ Wealth และหนุนความต้องการของสินเชื่อในธุรกิจขนาดใหญ่ ค่อยๆ กระจายสู่ขนาดกลาง-ย่อม: KTB, KBANK, BBL)
กลุ่มพลังงาน(Upside ราคาพลังงานหลังสงครามที่มีโอกาสสูงกว่าตลาดประเมิน รวมถึงความต้องการพลังงานเพื่อความมั่นคง และความต้องการ LNG ในช่วง 5ปีถัดไป ของ DCs ก่อนจะค่อยๆปรับสู่พลังงานหมุนเวียนบวก PTT, GULF)
กลุ่มหุ้นชิ้นส่วนฯ : AI CAPEX หนุนโดยตรง และแนวโน้ม AI Adoption ที่หากเกิดได้เร็ว ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณดีฝั่งธุรกิจ Software มีโอกาสขับเคลื่อน Upside เม็ดเงินลงทุน Hyperscaler ที่เป็นสารตั้งต้นในรอบนี้ต่อ DELTA ,HANA
หุ้นสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า) พลังงานหลักของ Data Center ที่กำลังเร่ง GULF, GPSC
หุ้นโครงสร้างสาธารณูปโภคที่ต้องลงทุนเร่งขึ้น (น้ำ, โครงข่ายไฟฟ้า)GUNKUL, WHAUP
หุ้นสื่อสาร ADVANC, TRUE โมเมนตัมอุตสาหกรรมเป็น Upcycle แม้อยู่ในกลุ่มถัดจากกลุ่มข้างต้นที่จะได้ประโยชน์ จากการเชื่อมต่อโครงข่าย Data Center ผสาน Upside การต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมสู่ดิจิทัลยุคใหม
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้!!! คาดว่าระหว่างวันที่ 17-19 มิ.ย.นี้ ตลาดหลักทรัพย์จะประกาศรายชื่อหุ้นเข้า - ออก SET50 รอบครึ่งของปีนี้ มีกูรูหุ้นได้ออกมาคำนวณหุ้นเข้า/ออก SET50-SET100 สำหรับรอบนี้ ก่อนที่ตลาดจะประกาศการคัดเลือกหุ้นเข้าออกรอบนี้ในช่วงกลางเดือน มิ.ย. และมีผลเริ่มใช้ 1 ก.ค. นี้
สำหรับผลการคำนวนในรอบนี้ใช้ข้อมูลตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2025 – 29 พ.ค. 2026 (ครบช่วงเวลาที่ตลาดฯ ใช้คำนวณ SET50/100) คาดมีความใกล้เคียงสูงสุด โดยการศึกษาพบว่า การซื้อเก็งกำไรล่วงหน้า 45-30 วัน ก่อน Effective Date ในหุ้นที่คาดจะเข้าSET50 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-7% โดยข้อมูลวิเคราะห์นี้น่าจะช่วยให้นักลงทุนเตรียมตัวสำหรับการลงทุนในดัชนี SET50 และ SET100 ได้ รายละเอียดดังนี้
-หุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 รอบนี้มี 4 บริษัท คือ THAI (โอกาสเข้า 100%, +951 ล้านบาท), TFG (โอกาสเข้า 100%, +285 ล้านบาท), MRDIYT (โอกาสเข้า 75%, +263 ล้านบาท), BCP (โอกาสเข้า 100%, +285 ล้านบาท)
-หุ้นคาดว่าจะหลุด SET50 รอบนี้ 4 บริษัท คือ BTS (โอกาสหลุด 100%,บาท), SAWAD (โอกาสหลุด 100%,-181 ล้านบาท), CBG (โอกาสหลุด 100%,-164 ล้าน-200 ล้านบาท), CENTEL (โอกาสหลุด 100%,-227 ล้านบาท)
-หุ้นที่คาดเข้า SET100 รอบนี้มี 4 บริษัท คือ THAI, MRDIYT, WHAUP, THCOM
-หุ้นที่คาดว่าจะหลุด SET100 รอบนี้ 4 บริษัท คือ JAS, JMART, SISB, SJWD
NOTE:
*ในวัน Rebalance 30 มิย 2026 หุ้น DELTA จะถูกปรับน้ำหนักลงกลับมาเหลือ 10% จากปัจจุบันประมาณ 12% ทำให้จะมี Outflow ออกมาราวๆ -1340 ล้านบาท อิงจากราคา ณ วันที่ 29 พ.ค. 2026
**กูรูยังให้โอกาส MRDIYT ต่ำกว่า 100% แม้ Mkt. Cap. และ Liquidity Test ผ่านเนื่องจาก Free Float ล่าสุดที่รายงานตลาด 20.02% ค่อนข้างปริ่มเกณฑ์ของตลาดฯ จึงเป็นความเสี่ยง โดยกรณี MRDIYT ไม่ผ่าน จะทำให้ CENTEL ยังอยู่ใน SET50 ต่อ และ PSL จะได้เข้า SET100
หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET50 มากกว่า 60% ของทั้งหมด ปรับตัวขึ้นก่อนถูกนำเข้าคำนวณจริง สวนทางกับหุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลงโดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2005-2026 พบว่า หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET50 จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 7.05% หากซื้อก่อนที่จะมีการนำเข้าไปคำนวณประมาณ 1.5 เดือน ด้วยโอกาสสูงถึง 60% ซึ่งสวนทางกับหุ้นที่ถูกคัดออกที่มักจะปรับตัวลงล่วงหน้าเฉลี่ยราว -3.65% ในช่วงเดียวกัน
หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET100 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบในช่วง 45 วัน ก่อนวัน Effective date ในขณะที่หุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลง สำหรับหุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET100 นั้น มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 45 วันก่อน Effective date แต่หุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลง เราคาดเป็นผลจากการที่มูลค่า NAV ของ passive fund ที่ใช้ Benchmark เป็น SET100 ยังมีค่อนข้างน้อย ทำให้ผลกระทบจากการ Rebalance Index มีจำกัด