จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : WP รับอานิสงส์แรงกระตุ้น กำลังซื้อฟื้น-กิจกรรมธุรกิจคึกคัก ดันยอดใช้ LPG ขยายตัวแกร่ง


16 มิถุนายน 2569

WP รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

การขยายตัวของการใช้ LPG ในประเทศไม่เพียงสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผู้ประกอบการในธุรกิจก๊าซ โดยเฉพาะ บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) ที่มีจุดแข็งด้านเครือข่ายการกระจายสินค้าและฐานลูกค้าครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมสร้างสมดุลการเติบโตผ่านธุรกิจพลังงานสะอาด

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เริ่มสะท้อนผ่านตัวเลขการใช้พลังงานภายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานระบุว่า ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 อยู่ที่ 166.77 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น 3.7% ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาขยายตัวในหลายภาคส่วน

การเพิ่มขึ้นของการใช้ LPG มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเป็นพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน ภาคพาณิชยกรรม ร้านอาหาร โรงแรม รวมถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิตจำนวนมาก ดังนั้น เมื่อความต้องการใช้ LPG เพิ่มขึ้น จึงสะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความต้องการใช้ LPG คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มุ่งเน้นการเพิ่มกำลังซื้อและการใช้จ่ายภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว การเร่งรัดการลงทุนภาครัฐ และโครงการกระตุ้นการบริโภคในระดับชุมชน ซึ่งช่วยให้ภาคธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคบริการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างคึกคัก

เมื่อภาคบริการและการท่องเที่ยวขยายตัว ความต้องการใช้ LPG ในกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการต่าง ๆ ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมที่มีการผลิตเพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้การใช้พลังงานในกระบวนการผลิตเติบโตเช่นกัน ทำให้ LPG ยังคงเป็นหนึ่งในพลังงานสำคัญที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อ บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) ผู้ดำเนินธุรกิจก๊าซ LPG ภายใต้แบรนด์ "เวิลด์แก๊ส" ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด โดยนางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 ยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาสแรก เนื่องจากความต้องการใช้ก๊าซ LPG ภายในประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความต้องการใช้ก๊าซในหลายภาคส่วน ทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคปิโตรเคมี ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัท ส่งผลให้ WP มีโอกาสขยายยอดขายและรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่จุดแข็งสำคัญของ WP ไม่ได้อยู่เพียงแค่การมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในตลาด แต่ยังรวมถึงเครือข่ายการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีโรงบรรจุก๊าซ LPG มากกว่า 177 แห่ง พร้อมระบบขนส่งที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพสินค้า บริหารต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี

เครือข่ายดังกล่าวยังช่วยให้บริษัทมีความได้เปรียบในการรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาด ปัจจุบัน WP มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 20% ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม LPG ของไทย 

นอกเหนือจากธุรกิจหลักด้าน LPG แล้ว WP ยังเดินหน้าสร้างแหล่งรายได้ใหม่ผ่านธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop ซึ่งเริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงรูปธรรมมากขึ้น โดยในไตรมาสแรกปี 2569 บริษัทรับรู้รายได้จากธุรกิจดังกล่าวจำนวน 9.07 ล้านบาท และเป็นธุรกิจที่ให้อัตรากำไรอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

ปัจจุบันบริษัทมีโครงการ Solar Rooftop ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วกว่า 35 โครงการ กำลังการผลิตรวม 10.72 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจพลังงานดั้งเดิม

ฝ่ายบริหารตั้งเป้าหมายว่า ภายในระยะเวลา 1-3 ปี สัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Solar Rooftop จะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของกำไรสุทธิทั้งหมด ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงสร้างรายได้ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

WP