Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 16-06-2569 (คัดมาแล้ว!เลขเด็ด”พุ่มพวง” -ชุด 2 ตัวเด่น: 46, 64, 13, 31, 92, 29, 34, 43 -ชุด 3 ตัวเด่น: 469, 539, 392, 118)

สนุกๆ นะจ๊ะแฟนคลับที่รัก..เรื่องลงทุนหุ้นไม่น่าห่วงเท่าไหร่แล้ว วันนี้สำคัญมาลุ้นเรื่องหวยกันดีกว่า!!! เพราะรอบนี้มี เลขเด็ด “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ในงวดนี้ (16 มิถุนายน 2569)
เจ๊ไปทำการบ้านมาอย่างหนักด้วยการค้ยข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขในมิติต่างๆ เริ่มจาก เลขรำลึกครบรอบ 34 ปีการเสียชีวิต โดยมีเลขไฮไลต์จากการล้วงไหและจุดธูปในพิธีที่วัดทับกระดานและวัดภาษี ดังนี้
-เลขล้วงไห-หางประทัดลูกเพชร (ลูกชายพุ่มพวง): 469, 93, 539 และเลขปิงปองเสี่ยงโชค: 7, 3
-เลขธูปมงคล: 118
-เลขอายุ/วันเสียชีวิต: 34 (ปีครบรอบเสียชีวิต) และ 13 (วันที่ 13 มิ.ย.)
-ลขปกเทปอัลบั้ม "ขอให้รวย": 254099
เจ๊ได้ค้นหาสถิติหวยย้อนหลัง งวด 16 มิถุนายน (9 ปีย้อนหลัง)มาให้ด้วย
งวดวันที่ รางวัลที่ 1 เลขท้าย 2 ตัว เลขหน้า 3 ตัว เลขท้าย 3 ตัว
16 มิ.ย. 2568 507392 06 243, 017 299, 736
16 มิ.ย. 2567 518504 31 016, 428 426, 447
16 มิ.ย. 2566 264872 30 519, 628 874, 202
16 มิ.ย. 2565 361807 92 285, 549 106, 228
16 มิ.ย. 2564 691861 17 007, 054 447, 668
16 มิ.ย. 2563 516967 64 882, 876 625, 565
16 มิ.ย. 2562 174055 29 884, 625 800, 127
16 มิ.ย. 2561 223131 46 432, 507 132, 868
16 มิ.ย. 2560 943142 47 626, 878 740, 373
นอกจากนี้ได้จับเอา “เลขพุ่มพวง” มาเทียบกับ “เลขเด่นตามสถิติ” ผลที่ได้คือ เลขเด่นที่ชนกันมากที่สุดคือเลข 9, 6, 4, 3 และ 1 ซึ่งเกิดจากการจับคู่เปรียบเทียบระหว่างเลขรำลึกพุ่มพวง ดวงจันทร์ งวดนี้ กับเลขที่ออกบ่อยในสถิติหวยงวด 16 มิถุนายน ย้อนหลังพบว่ากลุ่มตัวเลขที่น่าสนใจและตรงกันดังนี้
1. เลขท้าย 2 ตัวที่ตรงกัน (เลขชน)
+เลข 46 - 64: เป็นทั้งเลข หางประทัด/ปิงปองลูกเพชร (469) และยังตรงกับ เลขท้าย 2 ตัวล่างที่ออกบ่อยที่สุด ในสถิติมิถุนายน (เคยออกในปี 2561 และ 2563)
+เลข 31 - 13: ตรงกับ วันเสียชีวิตของพุ่มพวง (13 มิ.ย.) และสลับคู่ตรงกับ เลขท้าย 2 ตัวล่างของปี 2567 (31) รวมถึงเลขท้ายรางวัลที่ 1 ปี 2561 (131)
+เลข 92 - 29: ตรงกับ เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดล่าสุดปี 2568 (392) และตรงกับ เลขท้าย 2 ตัวล่างของปี 2565 (92) และปี 2562 (29)
บทสรุปจากสถิติ ได้แนวทางสำหรับเลือกซื้อ ดังนี้
-ชุด 2 ตัวเด่น: 46, 64, 13, 31, 92, 29, 34, 43
-ชุด 3 ตัวเด่น: 469, 539, 392, 118
ฮาาาาาา!!! เป็นข้อมูลสนุกๆ นะคะ ชอบตัวไหนจัดไปค่ะ...ลุ้นๆๆๆๆ
ส่วนเรื่องหุ้นไทยเมื่อวานที่ดูเหมือนจะไม่หือไม่อือไปกับข่าวข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเลยสักนิด ..อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปนะคะ เพราะไม่ได้หมายความว่าข่าวดีครั้งนี้ไม่มีน้ำหนัก เพียงแต่ยังมีปัจจัยหลายอย่างคอยถ่วงให้ตลาดไม่สามารถตอบรับได้เต็มที่เท่านั้น
ถ้าให้วิเคราะห์ลึกลงไปในโครงสร้างของตลาดหุ้นไทย จะพบว่ามีอยู่ 3 สาเหตุที่ทำให้ดัชนีโดยรวมดูเหมือนจะนิ่งเฉยต่อข่าวใหญ่ระดับโลกครั้งนี้
เรื่องแรกคือ โครงสร้างของตลาดหุ้นไทยที่ยังพึ่งพาหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีขนาดใหญ่เป็นสัดส่วนสูง ไม่ว่าจะเป็น PTTEP, PTT หรือ TOP เมื่อข่าวสันติภาพส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่จึงถูกแรงขายออกมาทันที และแม้หุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันที่ลดลงจะปรับตัวขึ้นได้ดี แต่ด้วยน้ำหนักที่ยังสู้กลุ่มพลังงานไม่ได้ จึงทำให้ดัชนี SET โดยรวมยังเคลื่อนไหวแบบอืดอาด ไม่ได้ทะยานขึ้นแรงอย่างที่หลายคนคาดหวัง
เรื่องที่สองคือคำว่า “ชั่วคราว” เพราะนักลงทุนต่างก็รู้ดีว่าข้อตกลงลักษณะนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนรายใหญ่จำนวนไม่น้อยจึงเลือกใช้กลยุทธ์ Wait and See รอดูรายละเอียดของข้อตกลงเพิ่มเติม รวมถึงรอฟังท่าทีจากทำเนียบขาวและประเทศพันธมิตรอีกระยะหนึ่ง ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายโดยรวมยังไม่หนาแน่นมากนัก
เรื่องสุดท้ายคือ ตลาดหุ้นไทยถือว่าเป็นตลาดที่ดัชนีปรับตัวขึ้นมาซึมซับข่าวดีไปล่วงหน้าบางส่วนแล้ว หากสังเกตการเคลื่อนไหวของหุ้นบางกลุ่มในช่วงหลายวันก่อนหน้า จะเห็นว่าเริ่มมีแรงซื้อสะสมเข้ามาแล้ว เมื่อข่าวถูกประกาศอย่างเป็นทางการ นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกขายทำกำไรตามหลัก Sell on Fact มากกว่าจะไล่ซื้อเพิ่มเติม
วกกลับมาที่ความสัมพันธ์ของหุ้นไทยกับเรื่องข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้ หากสามารถเดินหน้าต่อไปได้จริงและไม่ใช่เพียงการหยุดยิงชั่วคราว เจ๊จิ๋มเชื่อว่าเราจะได้เห็นกระแสเงินลงทุนทั่วโลกค่อย ๆ เคลื่อนย้ายออกจากหุ้นพลังงาน ไปยังหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยรายชื่อหุ้นเด่นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในรอบนี้ ได้แก่ DELTA, HANA, KCE, IVL, SCC, SCGP, PTTGC, AOT, AAV, BA, ERW, CENTEL, MINT, CPALL และ CRC
สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาในเวลานี้ อาจไม่ใช่สงครามจบแล้วหรือไม่...แต่อาจเต้องดูว่า “เงินกำลังจะย้ายออกจากหุ้นกลุ่มไหน และกำลังไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มใด” เพราะทุกครั้งที่โลกเปลี่ยนทิศทาง กระแสเงินลงทุนมักเคลื่อนไหวก่อนเสมอ และคนที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ก่อน ก็มักเป็นคนที่คว้าโอกาสได้ก่อนเช่นกันเจ้าค่ะ