Talk of The Town

JAS ส่อขาดทุน 615 ล้าน ลุ้นปาฏิหาริย์ไทยไปบอลโลกปี 73 หวังปลุกกระแสอีเวนต์ระดับชาติ


15 มิถุนายน 2569

JAS_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ มองดีล JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกปี 2026 และ 2030 อาจกดดันผลประกอบการมากกว่าช่วยหนุน แต่เชื่อ เป็นประโยชน์เชิงกลยุทธ์ในระยะยาว ทั้งการสร้างภาพลักษณ์ให้ MONO เป็นแพลตฟอร์มกีฬาที่แข็งแรงขึ้น พร้อมลุ้นปาฏิหาริย์ทีมชาติไทยไปบอลโลกปี 2573 ดีลนี้จะเปลี่ยนไปคนละภาพกลายเป็น event ระดับชาติของไทยด้วย

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลัง JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกปี 2026 และ 2030 รวมถึงรายการอื่นของ FIFA เพิ่มเติม ประเมินว่าหากมองเฉพาะผลกระทบทางการเงินในระยะสั้น 

ดีลนี้อาจกดดันผลประกอบการมากกว่าช่วยหนุน โดยภายใต้กรณีฐานที่จำนวนสมาชิกไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม การเพิ่มต้นทุนลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเข้ามาจะทำให้ผลขาดทุนจาก Content Cost เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในรายงานวันนี้ ได้ประเมินผลกระทบเชิงเปรียบเทียบ โดยกรณีไม่มีฟุตบอลโลก (Scenario 1) คาดว่าหลังจบ EPL ฤดูกาลแรก ฐานสมาชิก EPL จะลดลงช่วงปิดฤดูกาล จากนั้นกลับมาได้ราว 60% ของฐานเดิมที่ 1.7 ล้านราย หรือราว 1.02 ล้านราย ในฤดูกาลถัดไป ส่งผลให้รายได้รวมตลอดสองฤดูกาลและช่วงปิดฤดูกาลอยู่ที่ประมาณ 6.34 พันล้านบาท และขาดทุนจากต้นทุนคอนเทนต์เพียง 48 ล้านบาท

แต่หากรวมฟุตบอลโลกเข้ามา (Scenario 2) แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.78 พันล้านบาท หรือสูงขึ้นราว 7% จากการขาย World Cup Package รายปีเพิ่มเติม โดยสัดส่วนอยู่ที่ EPL ปกติ 70% และ World cup รายปี 30% จากฐานสมาชิกเท่ากันที่ 1.02 ล้านราย แต่ต้นทุนลิขสิทธิ์สุทธิที่เพิ่มขึ้นราว 1 พันล้านบาท (หลังหักสปอนเซอร์) จะทำให้ผลขาดทุนจากคอนเทนต์เพิ่มเป็น 615 ล้านบาท หรือขาดทุนมากขึ้น 567 ล้านบาทเมื่อเทียบกับกรณีไม่มีฟุตบอลโลก

อย่างไรก็ดี มองว่ามูลค่าที่แท้จริงของดีลนี้อาจไม่ได้อยู่ที่กำไรระยะสั้น แต่เป็นประโยชน์เชิงกลยุทธ์ในระยะยาว ทั้งการสร้างภาพลักษณ์ให้ MONO เป็นแพลตฟอร์มกีฬาที่แข็งแรงขึ้น การต่อยอดลิขสิทธิ์กีฬา FIFA รายการอื่น การเพิ่มสัดส่วนสมาชิกแบบรายปีเพื่อลด Churn (การยกเลิกสมาชิก) และเพิ่ม Revenue Visibility รวมถึงในเชิงบัญชี มีโอกาสในการบริหารการรับรู้รายได้และต้นทุนที่อาจช่วยให้ผลประกอบการหลังจบฟุตบอลโลกดูดีขึ้น (หากมีการรับรู้ต้นทุนตามการแข่งขัน)

นอกจากนี้ upside ที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ได้อยู่ใน World Cup 2026 แต่คือ World Cup 2030 ถ้าอีก 4 ปีข้างหน้า มีปาฏิหาริย์ทีมชาติไทยไปบอลโลกได้จริง มุมมองต่อดีลนี้จะเปลี่ยนไปคนละภาพ เพราะความต้องการดูบอลจะไม่ใช่แค่แฟน EPL หรือแฟนฟุตบอลต่างประเทศอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น event ระดับชาติของไทยด้วย