จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : OR เกาะเมกะเทรนด์สุขภาพ เร่งสปีดสาขา found & found ชิงส่วนแบ่งตลาดแสนล้าน


08 มิถุนายน 2569

OR เกาะเมกะเทรนด์สุขภาพ รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

อุตสาหกรรม Beauty & Wellness ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงขยายตัวครั้งสำคัญ จากกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยว และสังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้ OR เดินหน้ารุกธุรกิจค้าปลีกสุขภาพและความงาม ผ่าน found & found ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เติบโตใหม่ของกลุ่ม

กระแสการดูแลสุขภาพและความงามกำลังกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลก และประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจนจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองมากขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ ความงาม การชะลอวัย และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ส่งผลให้อุตสาหกรรม Beauty & Wellness กลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง

Euromonitor International ระบุว่า ตลาด Beauty & Personal Care ของไทยในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 270,000 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า Wellness Economy ของประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ความงาม และการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว

โดยได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง กำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปิดโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ให้กับผู้ประกอบการค้าปลีกที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตาคือ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด (ORHW) ในเครือ OR ที่กำลังเร่งขยายธุรกิจผ่านแบรนด์ "found & found" เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาด Health & Beauty Retail ของไทย

นายณัฐพล ชูจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ ORHW เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปีเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยสามารถเปิดสาขาใหม่แล้ว 12 สาขา สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคที่มองหาร้าน Beauty & Wellness ที่เข้าถึงง่าย สะดวก และตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน และในช่วงไตรมาส 3 บริษัทเตรียมเปิดเพิ่มอีก 10 สาขา 

การเติบโตดังกล่าวถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า ตลาดยังมีช่องว่างให้ขยายตัวได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและภาพลักษณ์ รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพระยะยาว

จุดแข็งสำคัญของ found & found คือกลยุทธ์การคัดสรรสินค้าจากหลายประเทศที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคในปัจจุบัน ทั้ง J-Beauty จากญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมการดูแลผิวและการชะลอวัย K-Beauty จากเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมระดับโลก รวมถึง T-Beauty หรือแบรนด์ไทยที่กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

การมีสินค้าให้เลือกอย่างหลากหลายช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้หลายกลุ่ม และสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มอัตราการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจค้าปลีกความงาม

อีกหนึ่งจุดแข็งที่น่าสนใจคือการพัฒนา Smart BA หรือ Beauty Advisor รูปแบบใหม่ ที่สามารถให้คำแนะนำสินค้าได้ทุกแบรนด์อย่างเป็นกลาง ช่วยยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้า และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตนเอง

ปัจจุบัน found & found มีสาขาแล้ว 24 แห่ง และจุดให้บริการรวม 21 จุด ครอบคลุมทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ พร้อมนำเสนอสินค้ามากกว่า 5,000 รายการ โดยยอดขายกว่า 90% ยังคงมาจากหน้าร้าน สะท้อนว่าประสบการณ์การทดลองสินค้าและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญยังคงเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ Health & Beauty Retail

ในขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนา Omnichannel Platform ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น GrabMart, Shopee, Lazada และ TikTok Shop เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับช่องทางหน้าร้าน

ทั้งนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา OR เดินหน้ากระจายการลงทุนไปยังธุรกิจไลฟ์สไตล์ อาหาร เครื่องดื่ม และสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ซึ่งธุรกิจ Health & Wellness ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตสูงที่สุด

หากแผนการขยายสาขาของ found & found สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 54 สาขาภายในปี 2569 ก่อนขยายสู่ 500 สาขาภายในปี 2573 จะส่งผลให้ OR มีฐานรายได้ใหม่ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Non-Oil อย่างมีนัยสำคัญ

ในระยะยาว หากบริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายก้าวสู่ Top 5 ของตลาด Health & Beauty Retail ไทยภายในปี 2570 ได้สำเร็จ ไม่เพียงจะช่วยสร้างรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของ OR ในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์และสุขภาพครบวงจรแห่งอนาคต

OR