รายงานพิเศษ : PTG เก็บเกี่ยวผลลงทุน Non-Oil กาแฟพันธุ์ไทยขึ้นแท่นดาวเด่น เปิดทางผลงานไตรมาส 2 กลับสู่ขาขึ้น

ธุรกิจ Non-Oil ของ PTG กำลังกลายเป็นดาวเด่นของกลุ่ม หลังรายได้ไตรมาสแรกเติบโตกว่า 22% ขณะที่กาแฟพันธุ์ไทยยังขยายตัวร้อนแรง ทั้งจำนวนสาขาและยอดขายสาขาเดิม ส่วนโบรกเกอร์มองกำไรไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังสถานการณ์น้ำมันกลับสู่ภาวะปกติ และแผนขยายธุรกิจนอกสถานีบริการเดินหน้าตามเป้า
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกในช่วงต้นปี 2569 บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ยังคงสามารถรักษาทิศทางการเติบโตของธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการขยายตัวของธุรกิจ Non-Oil ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัท
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สะท้อนภาพดังกล่าวได้อย่างชัดเจน เมื่อธุรกิจ Non-Oil มีรายได้เติบโตถึง 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นอัตราการเติบโตที่โดดเด่นเหนือกว่าภาพรวมธุรกิจพลังงานในประเทศ โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง
ซึ่งผู้บริหาร PTG ให้ข้อมูลว่า กาแฟพันธุ์ไทยยังคงเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันธุรกิจ Non-Oil โดยสามารถสร้างรายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ปัจจัยสำคัญมาจากการเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีจำนวนสาขาแตะ 2,308 สาขาทั่วประเทศ ประกอบกับยอดขายจากสาขาเดิม หรือ Same Store Sales Growth (SSSG) ที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตคือฐานสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ PTG ในการสร้าง Ecosystem ทางธุรกิจ เชื่อมโยงบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน และช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้บริการของลูกค้า
ความแข็งแกร่งของธุรกิจ Non-Oil ยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทคงเป้าหมายรายได้ธุรกิจดังกล่าวในปี 2569 เติบโต 30-40% จากปีก่อน พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจและการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ธุรกิจน้ำมัน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักดั้งเดิมของ PTG ยังคงมีสัญญาณเชิงบวกเช่นกัน โดยปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางในไตรมาสแรกเติบโต 5.2% จากปีก่อน แม้ว่าจะเผชิญกับความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในบางช่วงก็ตาม
ขณะที่มุมมองของนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ ประเมินว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ PTG มีโอกาสฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ และสอดคล้องกับประมาณการเดิมที่คาดว่าบริษัทจะกลับมารายงานกำไรสุทธิได้อีกครั้ง
โดยหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ สถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการที่คลี่คลายลงแล้วตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน หลังจากช่วงก่อนหน้านี้ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากผลกระทบของสงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน
นอกจากนี้ ค่าการตลาดน้ำมันเริ่มทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันต่อผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
แม้ว่าปริมาณจำหน่ายน้ำมันดีเซลในเดือนเมษายนจะปรับลดลงราว 20% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม จากผลของฐานที่สูงผิดปกติในช่วงก่อนหน้า แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพียงการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของธุรกิจ และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว
ขณะเดียวกัน PTG ยังคงเดินหน้าลงทุนตามแผน โดยตั้งเป้างบลงทุนปี 2569 ไว้ที่ระดับ 3,500-4,500 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต โดยให้น้ำหนักกับการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil มากขึ้น สะท้อนยุทธศาสตร์การสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลาย และลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจน้ำมันเพียงอย่างเดียว
สำหรับประมาณการในระยะถัดไป นักวิเคราะห์ยังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท และ 1,300 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีสมมติฐานสำคัญจากการเติบโตของปริมาณจำหน่ายน้ำมัน การบริหารค่าการตลาด และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับเหมาะสม
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้ธุรกิจน้ำมันยังคงเป็นฐานรายได้หลักของ PTG แต่ธุรกิจ Non-Oil กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพกำไรของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทยที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว