รายงานพิเศษ : SPREME เร่งสร้างฐาน Recurring Income ต่อยอดรายได้ประจำสร้างความมั่นคง รับเมกะเทรนด์ภาครัฐหนุนอนาคตเติบโต

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล SPREME เดินเกมปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ มุ่งสร้างแพลตฟอร์มรายได้ประจำผ่านบริการด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสดและรายได้ระยะยาว ส่วน Backlog ที่มีและโอกาสจากโครงการภาครัฐ เป็นปัจจัยหนุนสำคัญของบริษัท
การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล กำลังกลายเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้เร็ว และหนึ่งในบริษัทที่กำลังถูกจับตา คือ บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น หรือ SPREME ซึ่งกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ จากผู้ให้บริการด้าน System Integrator แบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีรายได้ประจำต่อเนื่องในระยะยาว
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME ระบุบริษัทกำลังมุ่งพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ ภายใต้แนวคิด Technology Infrastructure & Recurring Revenue Platform ผ่านสัญญาเช่า บริการ และโครงการระยะยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพของกระแสเงินสด และเพิ่มความสามารถในการมองเห็นรายได้ (Revenue Visibility) ในอนาคต
แนวทางดังกล่าวถือเป็นการยกระดับโครงสร้างรายได้ของบริษัท จากเดิมที่พึ่งพารายได้แบบโครงการ (Project-based Income) ซึ่งมีความผันผวนสูง ไปสู่โมเดลที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) มากขึ้น ผ่านบริการบำรุงรักษา การให้เช่าอุปกรณ์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ SPREME คือ การต่อยอดธุรกิจจากฐานลูกค้าเดิมในภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการศึกษา ซึ่งยังมีความต้องการลงทุนด้าน Digital Infrastructure อย่างต่อเนื่อง ทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอน ระบบเครือข่าย และเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
ที่ผ่านมา บริษัทสามารถขยายสัดส่วนรายได้จากสัญญาเช่าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโมเดลธุรกิจใหม่ที่ช่วยสร้างรายได้ระยะยาว และลดผลกระทบจากความผันผวนของรายได้โครงการแบบครั้งคราว
ขณะเดียวกัน การมีรายได้จากสัญญาระยะยาว ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสด และเพิ่มความสามารถในการบริหารต้นทุน รวมถึงวางแผนธุรกิจได้ชัดเจนมากขึ้นในระยะยาว
อีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนศักยภาพของ SPREME คือ มูลค่างานในมือ (Backlog) ที่อยู่ในระดับสูงกว่า 5.4 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2574 ถือเป็นฐานรายได้ล่วงหน้าที่ช่วยสร้างความมั่นใจต่อแนวโน้มการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการภาครัฐด้าน Digital Infrastructure ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวตามทิศทางการลงทุนของประเทศ ทั้งด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบดิจิทัลภาครัฐ
SPREME ยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน และคัดเลือกโครงการที่มีอัตรากำไรเหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของการเติบโตและผลตอบแทนในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้รับการสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับโอกาสการขยายธุรกิจในอนาคต
ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น การปรับโครงสร้างธุรกิจสู่โมเดลรายได้ประจำ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ SPREME ในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่การลงทุนด้าน Digital Infrastructure กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน