
ราคาหุ้น THAI (บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)) ทะยานขึ้นอย่างโดดเด่นสวนทางกับภาพรวมของตลาดหุ้นที่กำลังแกว่งตัว โดยปิดตลาดภาคเช้าไปที่ราคา 6.70 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 9.84% และในบางจังหวะพุ่งขึ้นไปซื้อขายแถว 6.70 - 6.80 บาท หรือคิดเป็นการปรับตัวขึ้นกว่า 10-11% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นทะลุ 1,400 ล้านบาท
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บล.พาย (Pi) และข้อมูลจากการประชุม Earnings Call ของบริษัท ได้สะท้อนปัจจัยบวกสำคัญที่เข้ามาสนับสนุน เริ่มจากการได้รับอานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้สายการบินในแถบนั้นบางส่วนต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ดีมานด์การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปจึงไหลบ่ามาที่การบินไทยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้ฝั่งเส้นทางยุโรปฟื้นตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาตั้งแต่ช่วงมีนาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การบินไทยยังปรับกลยุทธ์มาเน้นคุมมาร์จิ้นเพื่อล็อกกำไร โดยแก้เกมช่วง Low Season ของการท่องเที่ยวในไตรมาส 2 ด้วยการปรับลดปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ลงในเดือนพฤษภาคม 6% และมิถุนายน 2% เพื่อควบคุมต้นทุนน้ำมัน ควบคู่ไปกับการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ซึ่งช่วยผลักดันรายได้ต่อหน่วย (Yield) ให้เติบโตขึ้นถึง 12-15% อีกทั้งยังมีการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ไว้แล้วกว่า 50% ในไตรมาสนี้
ขณะเดียวกัน บริษัทยังสร้างความเชื่อมั่นผ่านแผนขยายฝูงบินระยะยาวสู่เป้าหมาย 102 ลำ โดยเดินหน้ารับมอบเครื่องบินใหม่จำนวน 28 ลำ ซึ่งเป็นรุ่นโบอิ้ง 787 และ แอร์บัส A321neo ที่ประหยัดน้ำมันได้ดีกว่าเดิม 15-20% เพื่อผลักดันให้ฝูงบินรวมแตะ 102 ลำภายในสิ้นปี 2569 และพร้อมรองรับการเปิดเส้นทางบินตรงสู่จุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเมืองอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้