Talk of The Town

STECON โกยงานอื้อ! ปีนี้คาดรับ 5 หมื่นล้านบาท ได้แรงหนุน เมกะโปรเจกต์รัฐบาล


25 พฤษภาคม 2569

STECON โกย_S2T (เว็บ)_0.jpg

STECON โดดเด่นไม่หยุดยังคงเป้าเซ็น Backlog ใหม่ในปีนี้ที่ 50,000 ล้านบาท หนุนจาก Mega Projects ภาครัฐในครึ่งหลังของปี 69 แถมมีการเซ็นสัญญา Lock ราคาวัสดุไว้ล่วงหน้า โบรกฯ คาดไตรมาส 2 กำไรเติบโตต่ออีก คาดปี 69 ฟาดกำไร 1,586 ล้านบาท ทะยาน 72%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า STECON ตั้งเป้าขยายธุรกิจใน 5 ด้าน 1. โครงการ Residential Property ผ่านการลงทุนกับ JV ในโครงการที่มีศักยภาพ 2. โครงการ Renewable Energy 3. โครงการ Data Center ผ่านการลงทุนใน Data Center โดยตรงและเตรียม Infrastructure ให้สำหรับการก่อสร้างและลงทุน 

4. โครงการ Water Supply ผ่านการพัฒนาศักยภาพโครงการ MARS และ EWS 5. โครงการ Logistics โดยมีการส่งใบประมูลราคา M81 และคาดเริ่มโครงการ UTA ในปีนี้

ทั้งนี้บริษัทฯ รายงาน Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1/69 ที่ 122,842 ล้านบาท โดยมีการเซ็นสัญญางานใหม่เข้ามา 6,781 ล้านบาท ในไตรมาส 1/696 แบ่งเป็น งานอาคารเชิงพาณิชย์และด้านสิ่งแวดล้อม และยังคงเป้าเซ็น Backlog ใหม่ในปีนี้ที่ 50,000 ล้านบาท หนุนจาก Mega Projects ภาครัฐในครึ่งหลังของปี 69

สำหรับสถานะโครงการที่ผ่านการอนุมัติจาก ครม. ได้แก่ Motorway (M5, M9, M82), Expressway กระทู้-ป่าตอง, High Speed Railway (Thai – Chinese Phase 2), จุดพักรถบริเวณ M6, M81, และบึงหนองบอน ขณะที่โครงการหลักที่รออนุมัติจาก ครม. ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่และสนามบิน ขณะที่โครงการเอกชนที่มีโอกาสได้รับงานได้แก่ อาคารพาณิชย์, Data Center, Power Plant, และ Industrial Plant 

นอกจากนี้ ผู้บริหารคาดเห็นผลกระทบจากราคาวัสดุที่ปรับตัวสูงขึ้นเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2/69 อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้มีการเซ็นสัญญา Lock ราคาวัสดุไว้ล่วงหน้า และบริหารด้านการจัดซื้อ โดยสำหรับโครงการเอกชนบริษัทฯ ได้มีการเจรจากับลูกค้าและ Suppliers เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อทั้งสองฝ่าย และโครงการภาครัฐมีการเบิกเงินสนับสนุนค่า K ในช่วงเวลาของโครงการที่ได้รับผลกระทบ

โดยฝ่ายวิจัยคาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 จะเติบโตจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากเงินปันผล GULF คาดที่ 736 ล้านบาท และธุรกิจรับเหมาฯ คาดเห็นการเติบโตของการรับรู้รายได้ตามแผนที่บริษัทฯ วางเอาไว้ 

ดังนั้นจึงคงประมาณการกำไรปี 69 ไว้ที่ 1,586 ล้านบาท เติบโต 72% จากปีก่อน และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 15.50 บาท คงคำแนะนำ ”TRADING” เนื่องจากราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้วส่งผลให้ Upside เริ่มจำกัดที่ +9.2% เข้าสู่กรอบการเก็งกำไร