ไม่ต้องรีบซื้อ! THAI โบรกฯ แนะ รอสะสมครึ่งหลัง เตือนหุ้นล็อกอัพ ปลดล็อกส.ค.นี้

จับตาหุ้น THAI นักวิเคราะห์ชี้ แนวโน้มงบในระยะสั้นยังไม่เด่น และหุ้นยังมี Overhang หลักจากสงครามที่ยืดเยื้อ ชี้หากหุ้นเผชิญแรงขายอีกรอบจากหุ้น Lock Up อีก 75% ที่กลับมาซื้อขายได้ในวันที่ 4 ส.ค. จะเป็นจังหวะเข้าทยอยสะสม
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า THAI ได้บริหารการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของไตรมาส 2/69 ผ่านการปรับลดความถี่หรือหยุดบางเส้นทางบินชั่วคราว และลดขนาดเครื่องบินเพื่อลด Capacity (ASK) ใน พ.ค.-มิ.ย. ราว 2-6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจะติดตามสถานการณ์รายเดือน รวมทั้ง เพิ่ม Fuel Surcharge หนุน Passenger Yield เดือน เม.ย. บวก 12-15%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำการตลาดมากขึ้นโดยไม่แบกรับขาดทุน
ขณะที่สถานะ Fuel Hedging ปัจจุบันครอบคลุม 50% และ 30% ของปริมาณการใช้ในไตรมาส 2/69 และครึ่งหลังปี 69 บนน้ำมันดิบ Brent โดยบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการทำ Hedging บนสินค้าอ้างอิงอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้เคียงกับ Jet Fuel เพื่อลดผลกระทบจากค่าการกลั่นที่กว้างขึ้น และจะทยอยทำ Short Term Hedging มากขึ้น
นอกจากนี้ THAI คงแผนรับเครื่องบินเพิ่มรวม 28 ลำ และปลดระวาง 6 ลำ โดยส่วนใหญ่จะรับมอบในครึ่งหลังปี 69 คาดฝูงบิน ณ สิ้นปี 2569 อยู่ที่ 102 ลำ ส่วนแผนการขยายฝูงบินระยะยาว (128 ลำ ภายในปี 2571) ยังเป็นไปตามแผน
ทั้งนี้จึงคงมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมต่อกลุ่มสายการบินในสภาวะสงคราม การแบกรับต้นทุนหลัก (Jet Fuel) ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำกำไรของกลุ่ม คาดกดดันผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2-3/69 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนภาพเทียบไตรมาสก่อน จะชะลอตัวตามปัจจัยฤดูกาล
โดยเบื้องต้นประเมิน THAI จะสามารถรายงานกำไรปกติไตรมาส 2/69 ได้บนสมมติฐาน ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานอื่นๆ ไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ดีมานด์การท่องเที่ยวเดือน มิ.ย. 69 ไม่อ่อนแอไปกว่าสองเดือนแรก เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับแนวโน้มปี 2569 ประมาณการกำไรที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 20% จากปีก่อน อาจมี Downside ราว 10-20% จาก ต้นทุน Jet Fuel จากต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ที่สูงกว่าคาดการณ์ (133.4 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เทียบกับ 96 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) และการกลับมาจ่ายภาษี
ดังนั้นรอกลับเข้าสะสมอีกครั้งในครึ่งหลัง 69 ซึ่งเชิงกลยุทธ์แนะนำ Wait & See จากแนวโน้มงบในระยะสั้นยังไม่เด่น และหุ้นยังมี Overhang หลักจากสงครามที่ยืดเยื้อ ทั้งนี้ Valuation ปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซื้อขายบน EV/EBITDA26 ที่ 5.3 เท่า ทำให้มองว่าหากหุ้นเผชิญแรงขายอีกรอบจากหุ้น Lock Up อีก 75% ที่กลับมาซื้อขายได้ในวันที่ 4 ส.ค. จะเป็นจังหวะเข้าทยอยสะสม หากสงครามคลี่คลายสะท้อนผ่านน้ำมันดิบและ Jet Fuel ปรับตัวลงแรง และ THAI ได้ถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 สำหรับครึ่งหลังปี 69 จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นฟื้นตัว เบื้องต้นคงประมาณการและคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสมที่ 7.30 บาท หมายเหตุ: ตั้งแต่ 4 ส.ค. 2569 หุ้นที่ถูก Lock-Up อีก 75% จะสามารถกลับมาซื้อขายได้
ยอดนิยม
WHA-AMATA ได้เวลาโกย! เม็ดเงินก้อนโตกำลังมา! จับตา 2 ปัจจัยบวกหนุนแรง
CCET ยอดขายฟื้นตัวได้ต่อ รับกระแส AI Server ทั่วโลก นักวิเคราะห์คงคำแนะนำ “ซื้อ”
ไม่ต้องรีบซื้อ! THAI โบรกฯ แนะ รอสะสมครึ่งหลัง เตือนหุ้นล็อกอัพ ปลดล็อกส.ค.นี้
DELTA สัปดาห์นี้ ชี้ชะตา! หากไม่โดน Trading alert ได้อยู่ SET 50 รอบครึ่งหลังต่อ