อินโดรามา เวนเจอร์ส ก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ด้วย EBITDA ไตรมาส 1/2569 ที่เติบโตขึ้นร้อยละ 89 จากไตรมาสก่อนหน้า

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกาศผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากช่วงต่ำสุดของวัฏจักรอุตสาหกรรมในช่วงปี 2566–2568 โดยผลประกอบการดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์ IVL 2.0 อย่างมีวินัย ซึ่งช่วยเสริมความพร้อมให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดเคมีภัณฑ์โลกได้อย่างเต็มที่
รายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 109.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) ขณะที่ EBITDA ตามรายงานทางการเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 89 จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 8.0 พันล้านบาท การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของปริมาณการขาย อัตรากำไรที่ดีขึ้น และสัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่เอื้อประโยชน์มากขึ้น แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ แนวทางการรายงานผลแบบ “Radical Clarity” ใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งรวมผลกระทบจากความผันผวนของสินค้าคงคลังเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ช่วยสะท้อนภาพผลการดำเนินงานได้อย่างโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวส่งผลให้บริษัทสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ถึง 8.8 พันล้านบาท โดยมีอัตราการแปลง EBITDA เป็นกระแสเงินสด (EBITDA conversion rate) อยู่ที่ร้อยละ 109 ขณะเดียวกัน การบริหารเงินทุนหมุนเวียนเชิงรุกช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนลงได้ 3.2 พันล้านบาท แม้ว่าปริมาณการขายและราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งวินัยทางการเงินดังกล่าวส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt-to-Equity Ratio) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.73 เท่า จาก 1.83 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “ไตรมาส 1/2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอย่างชัดเจน การฟื้นตัวของเราได้รับแรงสนับสนุนทั้งจากปัจจัยภายนอกที่ปรับตัวดีขึ้น และการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ภายใต้ IVL 2.0 ผ่านแนวทาง Radical Clarity และการดำเนินงานอย่างมีวินัย เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงขาขึ้นของวัฏจักรอุตสาหกรรมด้วยสถานะที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เราคาดว่าจะเห็นผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ การลดภาระหนี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นสู่เป้าหมาย Net Debt/EBITDA ที่ระดับ 3 เท่า และความคืบหน้าที่แข็งแกร่งสู่เป้าหมายปี 2571 ของเรา”
ผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ
Combined PET (CPET) : กลุ่มธุรกิจนี้โดดเด่นที่สุดในไตรมาสนี้ โดย EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 134 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส สู่ระดับ 5.5 พันล้านบาท การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากระดับปริมาณการผลิตที่กลับมาอยู่ในระดับปกติหลังการปิดซ่อมบำรุงตามแผน การปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างราคาในอุตสาหกรรม และความได้เปรียบด้านต้นทุนเชิงโครงสร้างที่เพิ่มขึ้นจากการบูรณาการธุรกิจ shale-to-PET ของบริษัทฯ ในทวีปอเมริกา
Indovida (ธุรกิจบรรจุภัณฑ์) : กลุ่มธุรกิจนี้ยังคงแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมี EBITDA อยู่ที่ 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากไตรมาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวในวงกว้างของตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโต ทั้งนี้ การควบรวมกิจการที่เสนอร่วมกับบริษัท EPL Limited จะช่วยสร้างเครือข่ายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในระยะยาว
Indovinya (ธุรกิจสารลดแรงตึงผิว) : EBITDA อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันของตลาดในอเมริกาใต้และเหตุการณ์สภาพอากาศหนาวจัดในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง เนื่องจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานคาดว่าจะช่วยหักล้างผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากเอเชียเข้าสู่ตลาดหลัก
Fibers : EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 70 จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 879 ล้านบาท ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการบริหารการผลิตอย่างมีวินัย เพื่อให้อุปทานสอดคล้องกับอุปสงค์ในตลาด โดยให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดและการบริหารสินค้าคงคลังมากกว่าการเพิ่มปริมาณการผลิต ท่ามกลางตลาดกลุ่มยานยนต์และไลฟ์สไตล์ที่ยังชะลอตัว
การดำเนินกลยุทธ์และแนวโน้มธุรกิจ
ผลการดำเนินงานของอินโดรามา เวนเจอร์ส ได้รับแรงสนับสนุนจาก “ปราการการแข่งขัน” (competitive moats) ทั้ง 4 ประการ ได้แก่ โมเดลการดำเนินงานระดับโลกแบบ local-for-local การบูรณาการ shale-to-PET ที่โดดเด่น การกระจายตัวของตลาดปลายทาง และวินัยด้าน Sales & Operations Execution (S&OE) ที่ได้รับการยกระดับ จุดแข็งเหล่านี้เมื่อผสานกับการเปลี่ยนผ่านภายใต้ IVL 2.0 ช่วยเพิ่มศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากราคานำเข้าที่สูงขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสด
อุตสาหกรรมโดยรวมเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง จากการชะลอตัวของกำลังการผลิต PET ใหม่ และการปรับสมดุลของห่วงโซ่มูลค่าเอทิลีน ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เร่งให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงตัวมากขึ้น กำลังสร้างสภาพแวดล้อมด้านอุปทานที่มีความสมดุลและมีวินัยมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า ฝ่ายบริหารคาดว่าโมเมนตัมเชิงบวกจะต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาสที่สอง โดยได้รับแรงหนุนจากราคาที่เอื้ออำนวย การใช้กำลังการผลิตของสินทรัพย์ที่มีความได้เปรียบเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของอัตรากำไร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้อินโดรามา เวนเจอร์ส สามารถสร้างการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ และเร่งความคืบหน้าสู่การบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และการเงินระยะยาวของบริษัทต่อไป
ยอดนิยม
JMART โชว์ Q1/69 กำไรโต 16% แตะ 163 ล้านบาท ปันผล 0.135 บาทต่อหุ้น “Jaymart Mobile - Lock Phone - สุกี้ตี๋น้อย” หนุนธุรกิจฟื้นแกร่ง
L&E กางแผนปรับกลยุทธ์เพิ่มรายได้ รุกงานนวัตกรรมลุยเจาะตลาดราชการ สู้ศึกสินค้าจีน วางเป้ารายได้โต 15 - 20% ตุน Backlog แกร่ง 1,300 ล้านบาท
SINO ประกาศงบ Q1/69 ทำรายได้รวม 601 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน ประเมิน Q2/69 ฟื้นตัวต่อเนื่อง
SKY ประเดิมปี 69 โชว์งบไตรมาสแรก กวาดรายได้ 2,784 ล้าน กำไรพุ่ง 47% เที่ยวบินเบนเข็มลงไทยดันยอดผู้โดยสารเพิ่ม