รายงานพิเศษ : PIS ผลงานเด่น รับแรงหนุนดิจิทัลภาครัฐ ผนึก SDT สร้าง New S-Curve

แนวโน้มธุรกิจ บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) ไตรมาส 2/2569 ส่งสัญญาณ เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจเข้าลงทุนใน บริษัท สยาม ดีพ เทค จำกัด (SDT) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการและสร้าง New S-Curve รองรับการเติบโตระยะยาว
แรงขับเคลื่อนสำคัญจากนโยบายภาครัฐที่เร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ทั้งในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ส่งผลให้ความต้องการลงทุนด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สนับสนุนธุรกิจและผลงานไตรมาส 1/69 ของ บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และตลาดยังจับตาแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 ซึ่งบริษัทประเมินว่าจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง
นางสาวเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PIS เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 628 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 72 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลประกอบการเติบโต มาจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน รวมถึงการส่งมอบงานตามแผน พร้อมกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะงานด้าน System Integration (SI) หรือการวางระบบเทคโนโลยีแบบครบวงจร ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของ PIS ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ ทำให้บริษัทมีโอกาสเข้าร่วมประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้
ปัจจุบัน PIS มีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 4,358 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต และบริษัทตั้งเป้าเพิ่ม Backlog แตะระดับ 5,000 ล้านบาทภายในปีนี้ เพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 10-15% และผลักดันรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาช่วยหนุนการเติบโตในระยะต่อไป คือ การเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมดิจิทัลในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน การเข้าลงทุนใน บริษัท สยาม ดีพ เทค จำกัด (SDT) ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดธุรกิจของ PIS โดย SDT เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจยุคใหม่
การลงทุนดังกล่าวจะช่วยเติมเต็ม Ecosystem ด้านเทคโนโลยีของ PIS ให้มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีความแข็งแกร่งด้าน System Integration อยู่แล้ว เมื่อผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน ERP ของ SDT จะทำให้บริษัทสามารถนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ระบบเครือข่าย ไปจนถึงระบบบริหารจัดการองค์กรแบบครบวงจร
นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการ Cross Selling ระหว่างฐานลูกค้าของทั้งสองบริษัท และสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) มากขึ้น จากลักษณะธุรกิจ ERP ที่มีการดูแลและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงด้านรายได้ในระยะยาว