จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SUPER โชว์ความแข็งแกร่ง กำไรทะยาน 264% สะท้อนศักยภาพการเติบโต


14 พฤษภาคม 2569

SUPER โชว์ความแข็งแกร่ง_S2T (เว็บ)_0.jpg

ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของ SUPER สะท้อนถึงการบริหารธุรกิจเชิงรุก ทั้งการขายสินทรัพย์เพื่อปลด ล็อกมูลค่า การลดภาระหนี้ และการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว หนุนศักยภาพสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) ถือเป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มธุรกิจในปีนี้ หลังบริษัทมีกำไรสุทธิ 601.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 264.12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะอยู่ที่ 2,053.15 ล้านบาท ลดลง 13.03% สะท้อนให้เห็นว่า SUPER ไม่ได้เติบโตจากการขยายรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “คุณภาพกำไร” ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการบริหารสินทรัพย์ โครงสร้างหนี้ และต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการลงทุน การที่บริษัทสามารถสร้างกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้รายได้ลดลง ถือเป็นสัญญาณว่าธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

จุดเด่นที่สุดของผลประกอบการรอบนี้คือ EBITDA ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุนอยู่ที่ 1,826.41 ล้านบาท คิดเป็น EBITDA Margin สูงถึง 92% สะท้อนว่าโรงไฟฟ้าของ SUPER สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ซึ่งช่วยลดความผันผวนของรายได้และเพิ่มความสามารถในการคาดการณ์ผลประกอบการ

และอีกปัจจัยที่หนุนกำไรในไตรมาสแรกมาจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการวินด์ฟาร์ม HBRE CHU PRONG WIND POWER FARM จำนวน 493.19 ล้านบาท โดยเงินทุนที่ได้รับจะถูกนำไปชำระหนี้และเสริมสภาพคล่อง ซึ่งช่วยให้ฐานะการเงินบริษัทแข็งแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนในโครงการใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเดิม   โดย SUPER สามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้ถึง 17.07% จากการนำเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ไปลดภาระหนี้ ประกอบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงและอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 2.04 เท่า ถือเป็นระดับที่สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินที่ดีขึ้น

นอกจากนี้แนวโน้มธุรกิจ SUPER ปีนี้ยังมีปัจจัยบวกจากโครงการพลังงานลมในประเทศ Vietnam จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ Soc Trang และ Bac Lieu รวมกำลังการผลิต 129 เมกะวัตต์ ซึ่งเตรียมทยอยจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ เมื่อโครงการ Bac Lieu เฟสแรก ขนาด 99 เมกะวัตต์ เริ่ม COD ในไตรมาส 2/2569 กำลังการผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของ SUPER จะเพิ่มจาก 1,439.28 เมกะวัตต์ เป็น 1,538.28 เมกะวัตต์

การเพิ่มกำลังผลิตดังกล่าวจะสร้างรายได้ประจำ และช่วยยกระดับความสามารถในการทำกำไรในช่วงครึ่งหลังของปีอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบัน SUPER มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 2,069.25 เมกะวัตต์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของไทย

ดังนั้นหากพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมด ทั้งกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด EBITDA Margin ในระดับสูง การลดภาระหนี้ การลดต้นทุนดอกเบี้ย และการเพิ่มกำลังผลิตใหม่ในเวียดนาม จะเห็นได้ว่า SUPER กำลังก้าวเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่อย่างชัดเจน