จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SAFE เข้าสู่รอบเติบโตใหม่ ไตรมาส 2 เด่นจาก Operating Leverage ธุรกิจ IVF เมกะเทรนด์โลก หนุนกำไรระยะยาว


14 พฤษภาคม 2569

SAFE รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) เข้าสู่รอบเติบโตใหม่ ไตรมาส 2 มีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่องจากเทคโนโลยี-ลูกค้าต่างชาติ-Operating Leverage

SAFE เดินหน้าตอกย้ำสถานะผู้นำธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยากของไทย ด้วยกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง และแนวโน้มไตรมาส 2 ที่สดใสจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนรอบเก็บไข่ ค่าบริการเฉลี่ยที่สูงขึ้น และการใช้ AI กับเทคโนโลยีพันธุกรรมขั้นสูง ช่วยยกระดับอัตราความสำเร็จและผลักดันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว

โดย นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) ตอกย้ำภาพการเป็นหุ้นเฮลท์แคร์ที่มีศักยภาพเติบโตโดดเด่น หลังผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ส่งสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน และแนวโน้มในไตรมาส 2/2569 มีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน

ซึ่งปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เข้ารับบริการรักษาภาวะมีบุตรยาก (IVF) การใช้เทคโนโลยีทางพันธุกรรมขั้นสูง การนำปัญญาประดิษฐ์ มาเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษา รวมถึงการเติบโตของลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางที่หันมาใช้บริการในประเทศไทยมากขึ้น  ทำให้ SAFE กำลังก้าวเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ที่มีความน่าสนใจอย่างมากสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นในธุรกิจสุขภาพซึ่งเติบโตไปพร้อมกับเมกะเทรนด์ระดับโลก

ขณะที่บล.กรุงศรีประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ของ SAFE จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ  โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากจำนวนรอบเก็บไข่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของรายได้ในธุรกิจ IVF รวมถึงค่าบริการเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีการรักษาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และเมื่อปริมาณผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ต้นทุนคงที่เดิมจะถูกเฉลี่ยออกไป ส่งผลให้ Gross Margin และ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญของ SAFE คือการนำเทคโนโลยี PGTSeqA จาก Juno Genetics จาก United States มาใช้เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย เทคโนโลยีนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีเดิมในการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงของการแท้งบุตร 

ความได้เปรียบดังกล่าวทำให้ SAFE สามารถยกระดับบริการสู่มาตรฐานระดับสากล และสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนในตลาด IVF ที่การแข่งขันอาศัยทั้งเทคโนโลยีและความน่าเชื่อถือ และSAFE ยังนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และคัดเลือกตัวอ่อน เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษา ซึ่งถือเป็นการยกระดับการให้บริการสู่ Premium Healthcare อย่างเต็มรูปแบบ   การใช้ AI ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านนวัตกรรม ทำให้บริษัทสามารถรักษาระดับค่าบริการและอัตรากำไรได้ในระดับสูง

และอีกหนึ่งแรงส่งสำคัญในปีนี้คือ การเพิ่มขึ้นของลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา ความเป็นส่วนตัว และมาตรฐานระดับพรีเมียม  ขณะที่ประเทศไทยก็มีชื่อเสียงด้าน Medical Tourism และ SAFE ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มดังกล่าว

รวมทั้งธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยากเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตตามโครงสร้างประชากรโลก โดยหลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดลดลง และออกนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้น ดังนั้น SAFE จึงอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว และมีโอกาสขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ

บล.กรุงศรีจึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน พร้อมคาดอัตราเงินปันผลเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี และแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.70 บาท การมีทั้งการเติบโตของกำไร การจ่ายปันผลสม่ำเสมอ และระดับมูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง ทำให้ SAFE เป็นหุ้นขนาดกลางในกลุ่มสุขภาพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง