Talk of The Town

“บางจาก” กำไรโตสนั่น 6.14 พันลบ. หลังมีกำไรจากสต็อกช่วยหนุน ชี้ธุรกิจโรงกลั่นปริมาณผลิตทำนิวไฮ


14 พฤษภาคม 2569

“บางจาก” กำไรโตสนั่น_S2T (เว็บ) copy.jpg

BCP แจงงบไตรมาส 1/69 โกยรายได้ 1.42 แสนล้านบาท โต 6% ฟันกำไรกว่า 6.14 พันล้านบาท โต 190% หลังรับรู้กำไรจากสต๊อกน้ำมันช่วยหนุน

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสไตรมาส 1/69 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกัน ขณะที่ EBITDA 17,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกัน และกำไรสุทธิอยู่ที่  6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นการตลาด และพลังงานชีวภาพมี EBITDA เพิ่มขึ้น 

โดยหลักมาจากธุรกิจโรงกลั่นที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 279.8 KBD รองรับความต้องการบริโภคน้ำมันในประเทศที่ปรับเร่งตัวขึ้น ประกอบกับ Crack Spread ของน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนมี.ค. 69 

ดังนั้น ส่งผลให้ค่าการกลั่นพื้นฐานของกลุ่มบริษัทปรับขึ้นมาอยู่ที่ 18.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ Crack Spread ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนของสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า โดยเป็นผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (Realized Loss) จำนวน 3,350 ล้านบาท 

แต่อย่างไรก็ดี สามารถชดเชยด้วยการรับรู้กำไรจากสต็อกสินค้า Inventory Gain (รวม NRV) ของกลุ่มบริษัทฯ จำนวน 8,299 ล้านบาท ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในเดือนมี.ค. 69 ได้ทั้งหมด และมีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) จำนวน 7,653 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความผันผวนตามสถานการณ์พลังงานโลกอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นมีความผันผวนและท้าทายอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับธุรกิจการตลาด มีปริมาณการจำหน่ายรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการขยายตัวของยอดจำหน่ายผ่านสถานีบริการ โดยบริษัทได้บริหารจัดการการกระจายน้ำมันอย่างเต็มความสามารถเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นและเพื่อบรรเทาความกังวลของผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ 

ส่วนธุรกิจพลังงานชีวภาพ มีปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซลและเอทานอลที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการบริโภคน้ำมันที่สูงขึ้น และจากมาตรการภาครัฐในการเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 รวมถึงการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 

กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มีปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลง จากไตรมาสก่อน จากการชะลอตัวของธุรกรรมภายนอกกลุ่มบางจาก (Out‑Out) ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังสามารถขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น 

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว สอดรับกับในไตรมาส 1/69 ที่มีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อน จากการจำหน่ายมากกว่ากำลังผลิตตามสัญญา (Overlift) ของแหล่ง Brage และ Draugen ตามแผนบริหารการขาย 

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป. ลาว อ่อนตัวจากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตาม บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 

โดยเป็นไปตามปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าที่สูงขึ้นในฤดูหนาวและจำนวนวันปิดซ่อมบำรุงตามแผนที่ลดลง ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ในสปป. ลาว ที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าได้บางส่วน

BCP