จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : OR ตั้งการ์ดรับพลังงานโลกปั่นป่วน คุมสต๊อก-บริหารต้นทุน-กระจายแหล่งจัดหา รักษากำไรระยะยาวท่ามกลางสงคราม


08 พฤษภาคม 2569

OR รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ในตะวันออกกลางให้ผู้ถือหุ้นได้ทราบ โดยประเมินวิกฤติพลังงานโลกยังยืดเยื้อและสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานทั่วโลก เร่งวางแผนบริหารความเสี่ยงทุกมิติ ทั้งสต๊อกน้ำมัน การจัดหา และระบบขนส่ง พร้อมใช้ BCMS เสริมความแข็งแกร่งการดำเนินธุรกิจในภาวะไม่แน่นอน

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานทั่วโลก ทั้งในด้านอุปสงค์ อุปทาน และต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้ำมันและค้าปลีกพลังงานทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย หนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองจากนักลงทุนในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงานและค้าปลีกครบวงจร คือ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ที่กำลังเร่งปรับกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงานและรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว

โดย OR ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เพิ่มความผันผวนให้กับตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะต้นทุนการจัดหาผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีแนวโน้มแกว่งตัวในระดับสูง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการใช้พลังงานของผู้บริโภคก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามระดับราคาน้ำมัน ส่งผลให้การใช้จ่ายโดยรวมมีความระมัดระวังมากขึ้น

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว OR ได้วางแผนบริหารความเสี่ยงอย่างครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไรให้เหมาะสมทั้งในระยะกลางและระยะยาว แม้ว่าผลประกอบการระยะสั้นอาจเผชิญความผันผวนจากต้นทุนพลังงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

แนวทางสำคัญที่ OR นำมาใช้ คือ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมระดับสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศ รวมถึงการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก ขณะเดียวกัน OR ยังมีการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความสามารถในการแข่งขันและการบริหารผลกำไรขององค์กร

หากมองในเชิงโครงสร้างธุรกิจ จะเห็นได้ว่า OR กำลังพยายามเปลี่ยนผ่านจากการบริหารความเสี่ยงแบบ “ตั้งรับ” ไปสู่การสร้าง “ความยืดหยุ่นเชิงรุก” เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หนึ่งในกลไกสำคัญ คือ การดำเนินแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ Business Continuity Management System (BCMS) ที่ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการจัดส่งสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้าในทุกสถานการณ์

ภายใต้ระบบดังกล่าว OR มุ่งเน้นการบริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านปฏิบัติการ การบริหารระบบขนส่ง การจัดส่งสินค้า และการกระจายแหล่งจัดหาพลังงานจากหลากหลายแหล่ง เพื่อบรรเทาความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของอุปทาน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งศูนย์บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ประเมิน และบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤติอย่างใกล้ชิด ทั้งในระดับองค์กรและการประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น OR ไม่ได้มองวิกฤติพลังงานเป็นเพียงปัจจัยลบระยะสั้น แต่กำลังใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้แข็งแกร่งมากขึ้น  โดยปัจจุบัน OR ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22301 ด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากลที่เน้นการเตรียมความพร้อม การตอบสนอง และการฟื้นฟูธุรกิจจากเหตุการณ์วิกฤติอย่างเป็นระบบมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมธุรกิจหลักสำคัญของ OR ทั้งธุรกิจ Mobility ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหา จัดเก็บ และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ธุรกิจหล่อลื่น รวมถึงธุรกิจ Cafe Amazon ที่ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจ Non-Oil สำคัญของบริษัท

ในภาวะที่ธุรกิจน้ำมันเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบริการไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ อาจเข้ามาช่วยเสริมเสถียรภาพของรายได้และกำไรได้มากขึ้น

แม้ว่าวิกฤติพลังงานโลกในครั้งนี้อาจยังไม่จบลงง่าย ๆ แต่การเร่งปรับตัวเชิงรุกของ OR ทั้งด้านต้นทุน ซัพพลายเชน และระบบบริหารความเสี่ยง กำลังสะท้อนภาพขององค์กรที่พยายามสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ” เพื่อรองรับความผันผวนในอนาคต

และสำหรับนักลงทุน OR อาจยังเป็นอีกหนึ่งหุ้นขนาดใหญ่ที่น่าจับตา ภายใต้จุดแข็งด้านเครือข่ายธุรกิจ ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และการสร้างความยืดหยุ่นองค์กร ท่ามกลางโลกพลังงานที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นต่อเนื่อง

OR