
BJC สาหัส? นักวิเคราะห์คาดไตรมาส 1/69 มีกำไรปกติ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 16% ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจค้าปลีกคาด รายได้ลดลง 4% ยอดขายสาขาเดิมติดลบหนัก 4% การฟื้นตัวของ Big C คาดต้องรอมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 1/69 คาด BJC มีกำไรปกติ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 23% จากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาล ส่วนการลดลง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการปรับตัวลงของรายได้หลักและรายได้อื่น
ขณะเดียวกันค่าใช้จ่าย SG&A ไม่ได้ปรับตัวลงตามยอดขาย โดยรายได้หลักคาดที่ 3.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน และลดลงเล็กน้อย 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจเครื่องมือแพทย์คาด ยอดขายเติบโต 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ
แต่ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจค้าปลีกคาด รายได้ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อิงจาก SSSG ติดลบ 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ใกล้เคียงไตรมาส 4/68) กดดันจากฐานสูงที่มีมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจในปีก่อน ในไตรมาส 1/69 มีการปิด 2 Hypermarket และเปิดสุทธิ 17 Mini Big C
ด้านต้นทุนคาด GPM เพิ่มขึ้น 0.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เกือบทุกธุรกิจปรับตัวขึ้น ยกเว้นธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสัดส่วนรายได้ที่มากขึ้นของธุรกิจแก้วในต่างประเทศ (มาจิ้นต่ำ) คาด SG&A/Sales ที่ 21% เพิ่มขึ้น 0.65% สำหรับดอกเบี้ยจ่ายคาด 1.3 พันลบ.ลดลง ทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรีไฟแนนซ์ช่วงครึ่งหลังปี 2568
สำหรับ แนวโน้มไตรมาส 2/69 คาดยังลดลงทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยข้อมูลนับจากต้นไตรมาส 2 จนถึงปัจจุบัน SSSG ติดลบ 3-4%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/69 และอ่อนแอกว่ากลุ่มที่ส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ จากการเร่งกักตุนสินค้า หรือมีฐานยอดขายที่ต่ำในปีก่อน การฟื้นตัวของ Big C คาดต้องรอมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ที่จะมีผลช่วงปลายไตรมาส 2/69
ทำให้คาดว่าไตรมาส 2/69 จะยังลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยภาคการ บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน การแข่งขันในอุตสาหกรรมคาดยังกดดันให้ GPM เติบโตได้จำกัด
โดย หากกำไรไตรมาส 1/69 ออกมาตามคาด จะคิดเป็นเพียง 22% ของคาดการณ์เดิม ซึ่งโดยปกติผลการดำ เนินงานไตรมาส 1 ควรคิดเป็น 25-30% ของกำไรทั้งปี จากแนวโน้มการฟื้นตัวในครึ่งปีแรก 2569 ที่ช้ากว่าคาด ทำให้ปรับลดสมมติฐาน SSSG ของ Big C ในปี 2569-70 ลงเป็น 0.5-1.0% จากเดิม 1-1.8% ในขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ปรับคาดการณ์การเติบโตของรายได้และ GPM ให้อนุรักษ์นิยมมากขึ้น ส่งผลให้ คาดการณ์กำไรปกติปี 2026-2027 ปรับลง 4-8% เป็น 4.4 พันล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน) และ 5 พันล้านบาท ลดลง 14% จากปีก่อน ตามลำดับ
ดังนั้น ผลของการปรับลดประมาณการได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 15.80 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside Gain จำกัด ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “TRADING” ประเมินจังหวะสะสมรอบใหม่ช่วงรายงานงบไตรมาส 2-3/69 ที่จะเห็นผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางชัดเจน เพราะกระทบบริษัทผ่านต้นทุนพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบหลักของหลายธุรกิจโดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงค่าขนส่ง (3-4% ของ รายได้ Big C) อาจกดดันการฟื้นตัวของอัตรากำไรของธุรกิจบรรจุภัณฑ์และค้าปลีกให้ไม่เป็นไปตามคาด (คาดรายงานงบ 13 พ.ค.)
ยอดนิยม
UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
DELTA ทะยานแน่! โบรกฯ ชี้ถ้าหลุดแคชบาลานซ์ ราคาหุ้นจ่อพุ่ง 360 บาท
“บอย ท่าพระจันทร์” จัดหนัก! เข้าซื้อ PLANB เพิ่ม 2.8 ล้านหุ้น ดันมูลค่าถือกว่า 438 ล้านบาท