รายงานพิเศษ : TGE เพิ่มแหล่งรายได้ จากธุรกิจคาร์บอนเครดิต สร้างการเติบโตระยะยาว

บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (TGE) เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาดตั้งเป้าแตะ 200 เมกะวัตต์ รับเทรนด์โลก–นโยบายรัฐ พร้อมปลดล็อกมูลค่าเพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิต
ภาคพลังงานของไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากแรงผลักดันทั้งด้านนโยบายภาครัฐ เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และความต้องการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรม ภายใต้กระแสดังกล่าว บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (TGE) กำลังวางตัวเองเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่พร้อมคว้าโอกาสจากเมกะเทรนด์นี้อย่างชัดเจน
นายสืบตระกูล บินเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารTGE ระบุว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 และในระยะยาว บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาและขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2570–2575 ที่บริษัทเตรียมขยายพอร์ตการลงทุนเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อผลักดันกำลังการผลิตรวมให้แตะระดับ 200 เมกะวัตต์ตามเป้าหมาย
แกนหลักของการเติบโตยังคงอยู่ที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่สร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ด้วยจุดเด่นด้านเสถียรภาพของการผลิตและต้นทุนเชื้อเพลิงที่สามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตในระยะต่อไปของ TGE จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจเดิม แต่เป็นการต่อยอดไปสู่พลังงานสะอาดในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างเตรียมเข้าประมูลร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตใหม่
การขยายสู่พลังงานขยะไม่เพียงตอบโจทย์ด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการของเสียของประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาครัฐให้ความสำคัญ ส่งผลให้โครงการลักษณะนี้มีโอกาสได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และช่วยเพิ่มความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในประเทศไทยยังได้รับแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ ทั้งแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) และเป้าหมาย Carbon Neutrality รวมถึง Net Zero ที่จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากรายได้หลักจากการผลิตไฟฟ้า อีกหนึ่งแหล่งรายได้สำคัญที่กำลังเข้ามาเสริมศักยภาพของ TGE คือธุรกิจคาร์บอนเครดิต ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต โดยโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ได้แก่ TBP และ TPG ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ภายใต้โครงการ T-VER รวมกว่า 122,545 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ปัจจุบันบริษัทมีคาร์บอนเครดิตสะสมมากกว่า 200,000 ตัน และเริ่มทยอยจำหน่ายแล้วบางส่วน โดยในปีที่ผ่านมาได้ขายไปกว่า 2,000 ตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปีนี้ สะท้อนถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากสินทรัพย์ประเภทใหม่ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม
จุดเด่นของคาร์บอนเครดิตอยู่ที่การเป็นรายได้ที่มีต้นทุนต่ำ เมื่อเทียบกับการลงทุนโครงการใหม่ ทำให้อัตรากำไรอยู่ในระดับสูง และสามารถช่วยยกระดับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทโดยรวม อีกทั้งในระยะยาว หากตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยมีการพัฒนาไปสู่ระบบที่มีสภาพคล่องสูงขึ้น รวมถึงมีการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ ก็ยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับเครดิตที่บริษัทถืออยู่
เมื่อพิจารณาในเชิงกลยุทธ์ จะเห็นได้ว่า TGE กำลังก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการพลังงานสะอาดที่มีโครงสร้างรายได้หลากหลายมากขึ้น โดยผสานทั้งรายได้ประจำจากโรงไฟฟ้าชีวมวล การเติบโตจากโครงการใหม่ และรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิต ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว