จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SPREME ตั้งเป้ารายได้นิวไฮ รุกประมูลงานใหม่ 3,000 ลบ. รองรับธุรกิจเช่าระบบเติบโตแรง


27 เมษายน 2569

SPREME รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) ปรับกลยุทธ์เน้นโมเดลเช่าใช้แทนซื้อขาด ตอบโจทย์หน่วยงานรัฐ ดันรายได้ประจำเติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าปี 69 รายได้ All Time High

การเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องของ บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) ในปี 2569 สะท้อนภาพของผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร (System Integrator) ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเร่งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และการต่อยอดฐานลูกค้าในกลุ่มภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งถือเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพและความต่อเนื่องของงบประมาณ

ทิศทางธุรกิจในปีนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยแผนการเข้าประมูลงานใหม่รวมมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็น pipeline สำคัญที่จะต่อยอดรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะในบริบทของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของภาครัฐ ที่ยังคงมีความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ SPREME ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบไอทีแบบครบวงจร มีโอกาสในการขยายธุรกิจได้อีกมาก

เป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ที่ระดับ 20-25% และมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2566 สะท้อนถึงความมั่นใจของผู้บริหารต่อศักยภาพของบริษัทในการขยายธุรกิจ โดยมีแรงหนุนหลักจากทั้งงานใหม่ที่อยู่ระหว่างการประมูล และฐานรายได้เดิมที่มีความต่อเนื่อง

หัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะนี้อยู่ที่การขยายธุรกิจให้เช่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นโมเดลที่สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐ ที่หันมาให้ความสำคัญกับการเช่าใช้แทนการลงทุนซื้อขาดมากขึ้น เนื่องจากช่วยลดภาระงบลงทุนระยะยาว และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

โมเดลดังกล่าวไม่เพียงตอบโจทย์ลูกค้า แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพรายได้ของ SPREME ให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจให้เช่าระบบจะเติบโตในอัตราสูงถึง 60-70% ในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ประจำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดความผันผวนของรายได้จากโครงการแบบครั้งคราว

อีกหนึ่งจุดแข็งที่สะท้อนความมั่นคงของบริษัท คือระดับงานในมือ (Backlog) ที่อยู่ในระดับสูงถึงเกือบ 4,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 โดยรายได้ส่วนหนึ่งประมาณ 971 ล้านบาทจะทยอยรับรู้ภายในปี 2569 ขณะที่ส่วนที่เหลือจะกระจายการรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2574 ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง “ความต่อเนื่องของรายได้ในระยะยาว” ที่ค่อนข้างชัดเจน

โครงสร้าง Backlog ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากโครงการขนาดใหญ่ หรือ Mega Project ในรูปแบบสัญญาเช่า ซึ่งมีลักษณะเป็นรายได้ระยะยาว สร้างกระแสเงินสดที่ต่อเนื่อง และช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้กับบริษัท แตกต่างจากโมเดลธุรกิจเดิมของ System Integrator ที่พึ่งพารายได้จากการขายและติดตั้งเป็นหลัก

การมีรายได้ในลักษณะ Recurring Income ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ยังช่วยเสริมความสามารถในการวางแผนธุรกิจและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นปัจจัยบวกในมุมมองของนักลงทุน เนื่องจากช่วยเพิ่มความคาดการณ์ได้ของรายได้และกำไรในอนาคต

ในเชิงกลยุทธ์ การมุ่งเน้นตลาดภาครัฐยังถือเป็นการเลือก positioning ที่เหมาะสมในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำ และมีความต่อเนื่องของโครงการสูงจากการสนับสนุนของงบประมาณภาครัฐ ขณะที่แนวโน้มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม ICT ในระยะยาว

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า SPREME กำลังก้าวจากผู้ให้บริการ System Integrator แบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีที่มีรายได้ประจำและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับโมเดลธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งและลดความผันผวนในระยะยาว