Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 24-04-2569 (ใช้กลยุทธ์ “ชาวสวน” ดักหุ้น MSCI)


24 เมษายน 2569

ใช้กลยุทธ์_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ) copy_0.jpg

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

เฉลยคำตอบ!!!สาเหตุ CCET วิ่งแรง มีกูรูออกมาคาดการณ์เรื่องกำไรที่จะฟื้นตัวเด่นจากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากเงินบาทอ่อนค่าที่ช่วยหนุนการฟื้นตัวของ margin และภาวะขาดแคลน Memory Chip ในตลาดที่หนุนการเติบโตของทั้งยอดขายและราคา นอกจากนี้ CCET ยังได้รับดีลใหม่ในการประกอบแร็คเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI โดยมีแผนเริ่มกระบวนการนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่สายการผลิตจริงในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4/69  **เค้าบอกว่า “ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 6.80 บาท”  

มีรายงานว่า  MSCI Rebalance กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นพิกัดสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะรอบนี้มีรายชื่อของ 8 หุ้นยักษ์ใหญ่ที่เป็นเสาหลักเศรษฐกิจไทยอย่าง DELTA, PTTEP, TRUE, GULF, AOT, SCC, CPF, BH และ MINT ติดร่างแหอยู่ในโผที่อาจถูกปรับลดน้ำหนักลง ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้ล้วนเป็นหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงและมีอิทธิพลต่อทิศทางของดัชนี SET Index อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...หุ้นในกลุ่ม 5 อันดับแรกอย่าง DELTA, PTTEP, TRUE, GULF และ AOT ที่คาดว่าจะเผชิญกับแรงขายรุนแรงที่สุดด้วยมูลค่ารวมกันสูงถึง 8,000-9,000 ล้านบาท ในขณะที่หุ้นตัวใหญ่อย่าง DELTA ตัวเดียวก็แบกรับเม็ดเงินไหลออกไปกว่าครึ่ง หรือกว่า 5,000 ล้านบาทแล้ว 

ซึ่งปัจจัยนี้กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจฉุดให้ภาพรวมของดัชนีหุ้นไทยเกิดอาการชะลอตัวและไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้ดีเท่าที่ควรในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม...หากมองย้อนกลับไป ตลาดหุ้นไทยเพิ่งผ่านการปรับลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มบลูชิพขนาดใหญ่มาแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้มีกระแสเงินทุนไหลออกหรือฟันด์โฟลว์ไหลออกจากตลาดรวมแล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะที่สภาพคล่องของตลาดหุ้นไทยยังคงเปราะบางและความผันผวนจากปัจจัยภายนอกที่คอยกระหน่ำซ้ำเติม ซึ่งปัจจัยนี้ทำให้ดัชนีหุ้นไทยถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง 

ดังนั้น...หากพิจารณาลงลึกไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับผลกระทบในครั้งนี้ เจ๊จิ๋มมองว่าแรงขายที่เกิดจาก MSCI Rebalance มักจะเป็น "แรงขายเชิงเทคนิค" จากกลุ่มกองทุนประเภท Passive Fund ซึ่งมักจะทำให้เกิด "ช่องว่าง" ของราคาหุ้นที่อาจปรับตัวลงลึกเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้น แม้ในมุมหนึ่งมันคือความเสี่ยงที่น่ากังวล แต่ในอีกมุมหนึ่งมันกลับกลายเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่กำลังมองหาจุดเข้าซื้อหุ้นชั้นนำในราคาที่ถูกลงกว่าปกติ

ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านนี้ แรงกดดันต่อจิตวิทยาการลงทุนจะค่อนข้างสูง ทำให้หุ้นตัวใหญ่ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มเสี่ยงอาจต้องเผชิญกับภาวะอึดอัดทางราคาไปจนกว่ากระบวนการ Rebalance จะเสร็จสิ้นลง 

สำหรับเจ๊จิ๋มแล้วพบว่าจังหวะนี้เริ่มมีเม็ดเงินบางส่วนไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เนื่องจากกลุ่มธนาคารไม่มีประเด็นเรื่องการถูกปรับลดน้ำหนักจาก MSCI เข้ามากดดัน จึงกลายเป็นที่พักเงินชั้นดีสำหรับนักลงทุนสถาบันที่ต้องการหลบเลี่ยงความผันผวนจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นที่มีความเสี่ยงจะถูกขายหนักอย่าง DELTA หรือ PTTEP

นอกจากการย้ายเงินไปหลบในกลุ่มธนาคารแล้ว การตั้งรับที่ดีอีกประการหนึ่งคือการ "หยุดไล่ราคา" โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มยักษ์ใหญ่ทั้ง 8 ตัวนั้น เพราะโดยปกติแล้วราคาหุ้นมักจะถูกกดตัวให้ต่ำสุดในช่วงวันที่มีการ Rebalance จริง หรือในวันที่ 13 พฤษภาคมนั่นเอง 

ที่เจ๊จิ๋มว่ามาทั้งหมดประเด็นสำคัญก็คือการถือเงินสดเอาไว้ในมือเพื่อรอจังหวะดักเก็บหุ้นราคาถูก หรือการใช้กลยุทธ์ “ชาวสวน” ถือว่าดีที่สุด เพราะต้องไม่ลืมว่าการถูกลดน้ำหนักโดย MSCI ไม่ได้หมายความว่าพื้นฐานของบริษัทเหล่านั้นแย่ลงแต่อย่างใด...แต่มันเป็นเพียงเรื่องของการจัดพอร์ตระดับโลกให้สมดุลตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้เท่านั้น 

ดังนั้นหากหุ้นพื้นฐานดีมีราคาปรับลดลงมาจนถึงระดับที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเริ่มมีความน่าดึงดูด นั่นคือจังหวะที่คุ้มค่าสำหรับการสะสมหุ้นเพื่อการเติบโตในรอบใหม่นั่นเอง

ท้ายที่สุดแล้ว ในวันที่ตลาดหุ้นไทยต้องแบกรับทั้งแรงกดดันจากการเมืองภายในประเทศ ทิศทางนโยบายการเงินโลก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุมเร้า ทำให้ MSCI Rebalance กลายเป็นปัจจัยที่เข้ามาซ้ำเติมในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

แต่สำหรับเจ๊จิ๋มแล้ว การมีกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและการรู้จักเลือกจับจังหวะที่เหมาะสม จะทำให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ดัชนีชะลอตัวนี้ไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก และเจ๊จิ๋มก็ยังยืนยันคำเดิมว่าโอกาสไม่ได้หายไปไหน...เพียงแต่รอคอยคนที่เตรียมพอร์ตไว้พร้อมและกล้าตัดสินใจบนข้อมูลที่ชัดเจนเท่านั้นที่จะเป็นผู้คว้าโอกาสได้ก่อนใคร 

คนที่อยู่รอดได้ไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือคนที่ "รู้จังหวะ" มากที่สุดต่างหากเจ้าค่ะ..