จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PIS เดินหน้าขยายตลาดครบวงจร วางเป้าปี 69 รายได้โต 15% รับคลื่นดิจิทัล–AI หนุน ICT ไทย


21 เมษายน 2569

PIS รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) บุกตลาดให้บริการครบวงจร เสริมพอร์ต Cloud–AI–ERP คว้างานรัฐ พร้อมปิดดีล SDT ยกระดับศักยภาพธุรกิจ มุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 15% สร้างสถิติสูงสุดใหม่

แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ของประเทศยังคงขยายตัวในทิศทางเชิงบวกแม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับปัจจัยความท้าทาย โดยเฉพาะด้านภูมิรัฐศาสตร์ สอดคล้องกับการเติบโตของ บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) ซึ่ง นางเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตในระดับ 10–15% โดยมีเป้าหมายสร้างสถิติรายได้สูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง จากปีก่อนหน้า

โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเร่งขับเคลื่อนนโยบาย Digital Transformation และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น โครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระบบราชการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) และแพลตฟอร์มบริการดิจิทัลภาครัฐ ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม

ทั้งนี้ ภาพรวมอุตสาหกรรม ICT ไทยในปี 2569 ยังคงเติบโตจากหลายแรงขับเคลื่อนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของเทคโนโลยี Cloud Computing, Cybersecurity, Big Data และ AI ซึ่งองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะเดียวกัน การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน 5G และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศ ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความต้องการใช้บริการด้าน ICT ให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการนำ AI มาใช้ในงานบริการสาธารณะ ส่งผลให้ความต้องการโซลูชันด้านเทคโนโลยีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในวงกว้าง

สำหรับแผนการดำเนินงานของ PIS ในปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาและนำเสนอโซลูชันด้านเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ Cloud-based Data Management, ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-driven Security), ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ตลอดจนบริการ IT Outsourcing เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการข้อมูลและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ เพิ่มโอกาสในการเข้ารับงานโครงการขนาดใหญ่ และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยเฉพาะการเข้าร่วมประมูลงานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญาโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมระดับหลายพันล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้และการเติบโตในอนาคต

ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทได้เดินหน้าขยายธุรกิจผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท สยาม ดีพ เทค จำกัด (SDT) ด้วยวงเงินลงทุนไม่เกิน 1,000,000 บาท จำนวน 499,998 หุ้น จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ส่งผลให้ PIS ถือหุ้นในสัดส่วน 99.9996% และมีสถานะเป็นบริษัทย่อย

การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อจัดตั้งหน่วยธุรกิจที่มุ่งเน้นการให้บริการด้านระบบ ERP โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโซลูชันสำคัญที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในองค์กรยุคดิจิทัล โดยบริษัทคาดว่า SDT จะเริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้ภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่เข้าทำรายการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2569

ซึ่งนางเบญญาภา กล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่ลูกค้าในระยะยาว และสนับสนุนให้บริษัทสามารถต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความต้องการระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรแบบครบวงจร

“บริษัทมองว่าแนวโน้มอุตสาหกรรม ICT ไทยยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น จากแรงสนับสนุนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม รวมถึง PIS ในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

PIS