จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PTG ฝ่าวิกฤตพลังงาน พลิกโครงสร้างดันธุรกิจ Non-Oil เครื่องยนต์ใหม่กระตุ้นกำไร


16 เมษายน 2569

PTG รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

PTG เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดพึ่งพาธุรกิจน้ำมัน เน้นการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil  ตั้งเป้ากำไรขั้นต้นแตะ 45% ภายในปีนี้

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มของ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ในเชิง slightly positive ภายใต้สถานการณ์ความผันผวนของตลาดพลังงานโลก จากปัจจัยความตึงเครียดของสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อันเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของการลำเลียงน้ำมันดิบของโลก

ท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว PTG กลับมีจุดแข็งสำคัญในด้านการบริหารจัดการซัพพลายน้ำมัน โดยบริษัทจัดหาน้ำมันกว่า 70% จากโรงกลั่นไทยออยล์ (TOP) ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาความต่อเนื่องของปริมาณน้ำมันได้อย่างมีเสถียรภาพ

ขณะเดียวกัน PTG ยังเดินหน้าขยายธุรกิจ Non-Oil อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการลดความผันผวนจากธุรกิจน้ำมัน  โดยเฉพาะธุรกิจร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” ที่มีการเติบโตโดดเด่น และยังคงขยายสาขาได้ตามแผนที่วางไว้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าจำนวนสาขาจะอยู่ที่ประมาณ 700 สาขา

การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการชดเชยผลกระทบจากความผันผวนของค่าการตลาดน้ำมัน  ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ Oil

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น PTG ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาติดลบกว่า 42,000 ล้านบาท ซึ่งอาจนำไปสู่การที่ภาครัฐต้องทยอยจัดเก็บเงินเข้ากองทุนในอนาคต

ปัจจัยดังกล่าวมีแนวโน้มกดดันค่าการตลาดน้ำมัน และทำให้การฟื้นตัวของธุรกิจหลักในระยะสั้นเลื่อนออกไป แม้ว่าบริษัทยังคงเป้าหมายค่าการตลาดน้ำมันในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1.6-1.7 บาทต่อลิตร

แม้จะมีแรงกดดันในระยะสั้น แต่บล.กรุงศรียังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น PTG โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 11.50 บาทต่อหุ้น พร้อมมองว่า PTG ยังคงมีความน่าสนใจในฐานะหุ้นลงทุนระยะยาว

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยธุรกิจน้ำมันของ PTG มีทั้งปริมาณการจำหน่ายผ่านสถานีบริการและจำนวนสาขาที่อยู่ในระดับ Top 3 ของประเทศ ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนรายได้และกำไร

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยายฐานสมาชิก Max Card เพิ่มเป็น 27 ล้านราย จากปัจจุบัน 25 ล้านราย และเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Max Me เป็น 2 ล้านราย จากประมาณ 1 ล้านรายในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem และเพิ่มโอกาสในการต่อยอดธุรกิจในอนาคต

ด้านธุรกิจน้ำมัน คาดว่ายอดขายจะเติบโต 3-5% ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil ตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 50% โดยเฉพาะธุรกิจร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” ที่ตั้งเป้ายอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายสาขา Autobacs เพิ่มอีก 50 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจยานยนต์และบริการหลังการขาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของรายได้

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน โดยบริษัทตั้งเป้าให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็น 45% ภายในปีนี้ ซึ่งเร็วกว่ากรอบแผนเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 50:50 ภายในปี 2572

การเร่งปรับโครงสร้างดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางเชิงกลยุทธ์ของ PTG ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง และมีความยืดหยุ่นด้านราคามากกว่าธุรกิจน้ำมันที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

ในด้านการลงทุน บริษัทเตรียมงบประมาณไว้ที่ 4,000–4,500 ล้านบาท โดยจะเน้นการขยายสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทย การพัฒนาสถานีบริการน้ำมันให้เป็นศูนย์กลางชุมชน (Community Hub) และการศึกษาโอกาสในการเพิ่มแบรนด์ใหม่ในกลุ่ม Non-Oil

โดยรวมแล้ว แม้ PTG จะยังเผชิญความท้าทายในระยะสั้นจากความผันผวนของต้นทุนน้ำมันและนโยบายภาครัฐ แต่การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil ทำให้บริษัทยังคงมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว และเป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าจับตามองในกลุ่มพลังงานค้าปลีก

PTG