เกาะติดพอร์ต "เสี่ยปู่" ต้นปีลุยเพิ่มสัดส่วนถือ 10 หุ้น พบโกย "TEAMG" กว่าเท่าตัว

ภาพรวมตลาดหุ้นไทย เริ่มต้นไตรมาส 2/69 ด้วยบรรยากาศการลงทุนที่ไม่มีความแน่นอน ต้องติดตามสถานการณ์ความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีผันผวนต่อเนื่อง
ทั้งนี้จากการสำรวจการลงทุนของ"สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล"หรือเสี่ยปู่ พบว่า ในช่วงต้นปีได้มีการเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นในพอร์ตลงทุนจำนวน 10 บริษัท และมีการปรับลดการถือครอง 5 บริษัท ขณะที่คงสัดส่วนเท่าเดิม 1 บริษัท ดังนี้
หุ้นที่เพิ่มสัดส่วนการถือครองประกอบด้วย
BROCK 141,861,100 หุ้น คิดเป็น 13.84% จากเดิมถือ 140,250,200 หุ้น คิดเป็น 13.68%
BVG 21,912,300 หุ้น คิดเป็น 4.87% จากเดิมถือ 19,622,200 หุ้น คิดเป็น 4.36%
DITTO 36,839,260 หุ้น คิดเป็น 5.31% จากเดิมถือ 30,978,700 หุ้น คิดเป็น 4.46%
ICN 49,571,000 หุ้น คิดเป็น 7.38% จากเดิมถือ 47,767,700 หุ้น คิดเป็น 7.11%
KCC 10,537,600 หุ้น คิดเป็น 1.7% จากเดิมถือ 9,365,800 หุ้น คิดเป็น 1.51%
NETBAY 13,101,700 หุ้น คิดเป็น 6.55% จากเดิมถือ 8,184,900 หุ้น คิดเป็น 4.09%
PEACE 17,099,980 หุ้น คิดเป็น 3.39% จากเดิมถือ 14,166,800 หุ้น คิดเป็น 2.81%
PRI 13,931,200 หุ้น คิดเป็น 4.35% จากเดิมถือ 8,642,100 หุ้น คิดเป็น 2.7%
PROUD 34,054,900 หุ้น คิดเป็น 3.5% จากเดิมถือ 25,260,000 หุ้น คิดเป็น 2.59%
TEAMG 25,306,900 หุ้น คิดเป็น 3.09 % จากเดิมถือ 12,500,000 หุ้น คิดเป็น 1.53%
ขณะที่ยังคงสัดส่วนเท่าเดิมในหุ้น NTF ล่าสุดถือครอง 5,050,600 หุ้น คิดเป็น 2.53%
สำหรับหุ้นที่มีการถือครองลดลงได้แก่
AJ 6,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.01% 23,393,700 หุ้น คิดเป็น 3.92%
ORI 12,004,900 หุ้น คิดเป็น 0.49% 23,450,000 หุ้น คิดเป็น0.96%
PCC 13,787,200 หุ้น คิดเป็น 1.12% 13,831,000 หุ้น คิดเป็น1.13%
PLUS 42,500,000 หุ้น คิดเป็น 6.34% 45,310,800 หุ้น คิดเป็น 6.76%
RSP 6,576,000 หุ้น คิดเป็น 0.89% 7,957,600 หุ้น คิดเป็น 1.07%
จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่าได้มีการเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้น TEAMG มากที่สุด โดยสัดส่วนการถือครองเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) TEAMG ในช่วงไตรมาส1/2569 ลดลง 8.23%
อนึ่ง บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG ระบุว่า สำหรับทิศทางในการดำเนินงานในปี 2569 นี้ บริษัทมุ่งเน้นงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่นคงสูงและมีเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเติบโตด้วยการขยายสัดส่วนรับงานรูปแบบ EPC เสริมความแข็งแกร่งให้ Backlog โดยในปีนี้ พุ่งเป้าโครงการเมกะโปรเจกต์ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เช่น ด้านระบบรางและคมนาคมขนส่ง ด้านท่าอากาศยานและการบิน ที่คาดว่าจะมีงบประมาณจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการเติบโตในโครงการรูปแบบ EPC
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.16 บาทหรือคิดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 130.86 ล้านบาท ประกาศขึ้น XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยเงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายกำหนด โดยบริษัท กำหนดจ่ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569