จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SUPER เดินหน้าธุรกิจพลังงานสะอาด ปักหมุด “โรงไฟฟ้าขยะ” ดันรายได้โตยั่งยืน จับมือพันธมิตรจีน ต่อยอดการเติบโต


10 เมษายน 2569

SUPER เดินหน้าธุรกิจพลังงานสะอาด รายงานพิเศษ_เว็บ.jpg

SUPER เดินหน้าขยายการลงทุนสู่โครงการพลังงานความร้อนจากขยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมเจรจาพันธมิตรจีนต่อยอดโอกาสการเติบโต หนุนรายได้และผลตอบแทนระยะยาวให้ผู้ถือหุ้น

บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) เดินหน้าขยายการลงทุนตามแผนกลยุทธ์ระยะยาว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสใหม่ในธุรกิจพลังงานทางเลือกที่มีศักยภาพสูง ซึ่ง“โครงการพลังงานความร้อนจากขยะ” (Waste-to-Energy) กำลังเป็นเมกะเทรนด์ของโลก

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร 2-3 รายจากประเทศจีน เพื่อร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ SUPER ได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง LEVANTA ซึ่งอยู่ภายใต้ Actis Energy Fund 5 ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม

พลังงานความร้อนจากขยะถือเป็นหนึ่งในธุรกิจพลังงานที่มีศักยภาพเติบโตสูง จากปัจจัยสนับสนุน

1. “ดีมานด์ขยะ” ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของเมืองและภาคอุตสาหกรรม ทำให้ขยะกลายเป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ผลิตพลังงานได้อย่างยั่งยืน แตกต่างจากพลังงานหมุนเวียนบางประเภท เช่น แสงอาทิตย์หรือพลังงานลม ที่มีความผันผวนตามสภาพอากาศ

2. โครงการโรงไฟฟ้าขยะมักได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เนื่องจากช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณขยะฝังกลบ ซึ่งในหลายประเทศรวมถึงจีนและอาเซียน มีนโยบายส่งเสริมอย่างจริงจัง ส่งผลให้โครงการมีโอกาสได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในระยะยาว

3. ธุรกิจนี้มีลักษณะรายได้ค่อนข้างมั่นคง (Recurring Income) จากทั้งค่ากำจัดขยะ (tipping fee) และรายได้จากการขายไฟฟ้า ทำให้สามารถสร้างกระแสเงินสดที่เสถียรเมื่อเทียบกับพลังงานประเภทอื่น

การลงทุนในโครงการพลังงานความร้อนจากขยะ จะส่งผลดีต่อ SUPER ในหลายมิติ ได้แก่

1. ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตพลังงาน เพราะปัจจุบัน SUPER มีพอร์ตหลักอยู่ในพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม การเพิ่มโรงไฟฟ้าขยะจะช่วยลดความผันผวน และเพิ่มสมดุลของแหล่งรายได้

2. เสริมความมั่นคงของกระแสเงินสด โดยรายได้ที่สม่ำเสมอจากทั้งค่าไฟฟ้าและค่ากำจัดขยะ จะช่วยให้บริษัทมี Cash Flow ที่มั่นคงมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุนระยะยาว

3. เพิ่มโอกาสการเติบโตในต่างประเทศ การเจรจากับพันธมิตรจีนเปิดโอกาสให้ SUPER เข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ ที่มีความต้องการโครงการ Waste-to-Energy สูง ซึ่งอาจเป็น Upside สำคัญในอนาคต

4. เสริมภาพลักษณ์ ESG เนื่องจากธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับแนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance) ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญมากขึ้น

ทั้งนี้ปัจจุบัน SUPER มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา PPA รวม 2,069.25 เมกะวัตต์ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 1,432.28 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,531.28 เมกะวัตต์ หลังโครงการพลังงานลม Bac Lieu เฟสแรก ขนาด 99 เมกะวัตต์ เริ่ม COD ในไตรมาส 2/2569  ดังนี้นแผนลงทุนในโรงไฟฟ้าขยะ จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ในระยะยาว