จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TPLAS ร่วม Jump+ ดันธุรกิจเติบโตยั่งยืน ชูแผน DEVCA เสริมศักยภาพ-เพิ่มมูลค่าองค์กร ตั้งเป้ารายได้โตเฉลี่ย 10% ช่วง 3 ปีข้างหน้า


08 เมษายน 2569

TPLAS ร่วม Jump+ ดันธุรกิจเติบโตยั่งยืน_S2T (เว็บ)_0.jpg

TPLAS เดินหน้าสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่านโครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ผสานกลยุทธ์ DEVCA ยกระดับสินค้า-เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมเสริมธรรมาภิบาลและแผน Climate Action หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน

การเข้าร่วมโครงการ Jump+ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ของบมจ. ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) (TPLAS)  ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพองค์กรในระยะยาว โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

การเข้าร่วม Jump+ ยังเป็นการวางโครงสร้างการเติบโตใหม่ทั้งระบบ ผ่านการกำหนดแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ โดยเฉพาะการตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ในช่วงปี 2569–2571 ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจของผู้บริหารต่อทิศทางธุรกิจในอนาคต

โดยการเติบโตครั้งนี้ดำเนินการผ่านกลยุทธ์ “DEVCA” ที่ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ เริ่มจากด้าน Developing ที่มุ่งพัฒนาสินค้าและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารทั้งพลาสติกและกระดาษ ซึ่งยังมีความต้องการเติบโตต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์ในอนาคต และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมตลาดมากขึ้น

ในมุมของนักลงทุน การพัฒนาในด้านนี้จะช่วยให้ TPLAS สามารถสร้างรายได้จากฐานลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเปิดโอกาสในการเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า

ขณะที่ด้าน Efficiency เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนตามแนวคิด Lean Management ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว

ด้าน Velocity หรือความรวดเร็วในการดำเนินงาน ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว การเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตและการส่งมอบสินค้า จะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของ Customer-centric บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับเทรนด์ธุรกิจยุคใหม่ที่เน้นการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับ TPLAS คือการนำระบบ Automation เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มความแม่นยำ และเพิ่มกำลังการผลิตในระยะยาว ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม

นอกจากการเติบโตด้านธุรกิจแล้ว การเข้าร่วม Jump+ ยังช่วยผลักดันให้บริษัทให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล (Governance) มากยิ่งขึ้น โดยมีการยกระดับมาตรการต่อต้านการทุจริต การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน และการดูแลผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนสถาบันใช้ในการพิจารณาลงทุน

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านแผน Climate Action โดยการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่ครอบคลุมทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้นการเข้าร่วมโครงการ Jump+ ของ TPLAS จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพการเติบโตของบริษัทในหลายมิติ ทั้งด้านรายได้ กำไร ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน