จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : CCET กำไรโตรับดีมานด์เทคโลก Storage–Wearable หนุนรายได้ต่อเนื่อง โบรกชี้ปี 69-70 กำไรพุ่ง แนะ “ซื้อ”


07 เมษายน 2569

CCET รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

แม้เผชิญภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ แต่ บมจ.แคล-คอมพ์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) (CCET) ยังรักษาการเติบโตของกำไรได้ดี  แนวโน้มปี 2569 โดดเด่นจากคำสั่งซื้อใหม่และต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ระดับมูลค่าหุ้นยังอยู่ในโซนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับกลุ่มเดียวกันทั่วโลก

บมจ.แคล-คอมพ์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) (CCET) รายงานภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2568) บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าเท่ากับ 4,219.40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือเทียบเท่ากับ 138,296.56 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 0.62% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล (Storage Products) และ ผลิตภัณฑ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable Devices)  ซึ่งยังคงมีความต้องการจากลูกค้าในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง และเป็นกลุ่มที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการบริหารซัพพลายเชน และมีกำไรสุทธิ 61.48 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,020.38 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯจะยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และการสนับสนุนลูกค้าในกลุ่มเทคโนโลยีหลัก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว ในขณะเดียวกัน เริ่มเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ

ด้าน บล.เมย์แบงก์ วิเคราะห์ บมจ.แคล-คอมพ์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) (CCET) โดยระบุ กำไรหลักยังคงเติบโตแข็งแกร่ง แม้เผชิญภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายด้วยวิธี DDM ลงมาอยู่ที่  6.50 บาท (จากเดิม 7.20 บาท) เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลง

ซึ่งคำแนะนำ “ซื้อ” ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรหลักในปี 2569/70 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 19%/22% ตามลำดับ โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของยอดขาย อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นจากดีลใหม่ๆ และค่าใช้จ่ายอื่นที่ลดลง ด้านมูลค่า หุ้น CCET ยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่ PE ปี 2569 ที่ 16.6 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 16.9 เท่า และยังต่ำกว่ากลุ่ม EMS ระดับโลกที่ 18.9 เท่า 

โดยปัจจัยกระตุ้นการปรับมูลค่า (rerating) ได้แก่

1) การปรับประมาณการกำไรขึ้นจากตลาด (โดยประมาณการกำไรหลักของเราในปี 2569/70 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Settrade 7%/17%)

2) การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งใน 2Q-3Q69 จากดีลใหม่ CCET ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่ม ETRON ไทย 

ทั้งนี้เราคาดว่ายอดขายปี 2569 จะอยู่ที่ 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+9% YoY) โดยมีปัจจัยหนุนจาก

1) การเร่งกำลังการผลิตเต็มรูปแบบสำหรับลูกค้าใหม่ในธุรกิจเครื่องพิมพ์เลเซอร์และ mPOS ในช่วง 1-3Q69

2) ความต้องการ HDD/SSD ระดับองค์กรที่ยังแข็งแกร่งจากเทรนด์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ เรามองว่า CCET จะได้รับผลกระทบจำกัดจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ เนื่องจากลูกค้าเป็นแบรนด์ชั้นนำที่มีปริมาณคำสั่งซื้อสูงและสามารถได้รับสิทธิ์ในการจัดส่งก่อน

ขณะที่ประมาณการของ Bloomberg สำหรับลูกค้าหลักของ CCET ยังชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ต่อเนื่องในปี 2569/70 อีกทั้งภาวะอุปทาน HDD ที่ตึงตัวทั่วโลก จะส่งผลให้ความต้องการ SSD ระดับองค์กรเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุน GPM ของ CCET (คาด GPM ปี 2569 ที่ 5.3% เทียบกับ 5.1% ในปี 2568) 

เราคาดว่า กำไรหลักจะเติบโต 19%/22% ในปี 2569/70 โดยมีแรงหนุนบางส่วนจากค่าใช้จ่ายอื่นที่ลดลง โดยคาดว่า รายได้/ค่าใช้จ่ายอื่นสุทธิจะอยู่ที่ 0 ล้านบาท และ 300 ล้านบาท ตามลำดับ (เทียบกับขาดทุน 200 ล้านบาทในปี 2568) การปิดโรงงานที่ Yueyang ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และบริษัทคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจำกัดในปี 2569 

ขณะเดียวกัน CCET ได้รับดีลใหม่ในการประกอบแร็คเซิร์ฟเวอร์ AI และจะเริ่มกระบวนการ NPI (New  Product Introduction) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยคาดว่า การผลิตเชิงพาณิชย์จะเริ่มได้ใน 4Q69 ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในประมาณการปี 2569/70 จึงถือเป็นอัพไซด์เพิ่มเติม นอกจากนี้บริษัทจะขยายไปสู่การผลิตระดับ Level 10–11 ซึ่งเป็นงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (เช่น การติดตั้งซอฟต์แวร์) จากเดิมที่เน้นการผลิตเพียงถึง Level 6 (การประกอบแผงวงจร PCBA)