Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 31-03-2569 (UNIX ไอพีโอตัวแรก..เปิดเกมปี 69)


31 มีนาคม 2569

UNIX_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ) copy_0.jpg

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

บรรยากาศของตลาดหุ้นไอพีโอไทยในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยต้อง “เจ็บแล้วถอย” ความเชื่อมั่นที่เคยมีต่อหุ้นไอพีโอค่อยๆ เลือนหาย ไม่มีใครกล้าการันตีได้อีกต่อไปว่าหุ้นใหม่ที่เข้ามาจะได้รับการต้อนรับเหมือนในอดีต จนส่งผลให้หลายบริษัทที่เตรียมจะเข้าระดมทุนต้องชะลอหรือแม้กระทั่งถอนตัวออกไปเป็นจำนวนมาก

มากเสียจนนักวิเคราะห์และนักลงทุนหลายคนเริ่มตั้งคำถามเดียวกันว่า…ยุคทองของ IPO ไทย ได้ผ่านพ้นไปแล้วหรือไม่?

แต่ในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ และในจังหวะที่หลายคนยังลังเล “เจ๊จิ๋ม” กลับกำลังจับตาหุ้นไอพีโอน้องใหม่อย่าง บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในฐานะ “ตัวเปิดเกม” ของปี 2569 อย่างน่าสนใจ

สิ่งที่ทำให้ “เจ๊จิ๋ม” สนใจไม่ใช่เพียงเพราะ UNIX เป็น IPO ตัวแรกของปี ..แต่เป็นเพราะองค์ประกอบหลายอย่างที่ “ครบเครื่อง” มากกว่าหุ้นใหม่ทั่วไปในช่วงที่ผ่านมา

เริ่มตั้งแต่โครงสร้างการระดมทุน ที่เสนอขายหุ้นจำนวน 180 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.89 บาท คิดเป็น P/E Ratio เพียง 8.30 เท่า ซึ่งหากมองในเชิง Valuation แล้ว “เจ๊จิ๋ม” ต้องบอกว่าอยู่ในระดับที่ไม่แพง และยังเปิดโอกาสให้เกิด Upside ในระยะถัดไป ขณะเดียวกัน สัดส่วนการขาย 27.27% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ก็ถือว่าอยู่ในระดับเหมาะสม ไม่มากจนกดดันราคา และไม่น้อยจนทำให้สภาพคล่องตึงตัว

อีกหนึ่งจุดที่ “เจ๊จิ๋ม” มองว่าเป็นหัวใจสำคัญ คือ “ธุรกิจ” ของ UNIX ที่ไม่ได้เป็นเพียงโรงงานผลิตพลาสติกทั่วไป แต่เป็นผู้เล่นในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ฝังตัวอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างลึกซึ้ง

ลองนึกภาพง่ายๆ ตั้งแต่ซองขนมที่เรากิน ถุงใส่อาหารที่เราใช้ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ของสินค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ล้วนต้องพึ่งพาฟิล์มและพลาสติกคุณภาพสูง ซึ่ง UNIX เข้าไปมีบทบาทอยู่แทบทุกจุดของระบบนี้

โดยเฉพาะกลุ่ม Flexible Packaging ที่เปรียบเสมือน “หน้าด่าน” ของสินค้าอาหารและของใช้ ที่ต้องทั้งสวยงามและรักษาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานระดับโลก ลูกค้าของ UNIX จึงไม่ใช่รายเล็กๆ แต่เป็นแบรนด์ชั้นนำที่ต้องการคุณภาพระดับสูง ขณะที่กลุ่ม Heavy Duty Sack ก็สะท้อนความแข็งแกร่งอีกมิติหนึ่ง เพราะเป็นตลาดที่ต้องใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตขั้นสูง เพื่อรองรับสินค้าหนักอย่างเม็ดพลาสติกหรือเคมีภัณฑ์ ซึ่งไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้

และสิ่งที่ “เจ๊จิ๋ม” ชอบเป็นพิเศษ คือ การที่ UNIX ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะลูกค้า B2B เท่านั้น แต่ยังมีฐานรายได้จากกลุ่ม Consumer Packaging ถึง 40% ผ่านแบรนด์ “ตรากุญแจ” และ “ตรามิตรภาพ” ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ถุงร้อน ถุงเย็น ไปจนถึงถุงขยะ

นี่คือจุดที่ทำให้ UNIX มี “ความสมดุล” ระหว่างรายได้ระดับอุตสาหกรรมและรายได้จากผู้บริโภคปลายทาง ช่วยลดความผันผวนในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อพิจารณาตัวเลขรายได้ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2565 ถึงไตรมาส 3 ปี 2568 จะพบว่าบริษัทสามารถรักษาระดับรายได้เฉลี่ยเกือบ 3,000 ล้านบาทต่อปีได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะใด “บรรจุภัณฑ์” ก็ยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่โลกไม่อาจขาดได้

อีกหนึ่งปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ คือ “ทีมผู้บริหาร” นำโดย “โสฬส ยอดมงคล” ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้อย่างยาวนาน ผนวกกับที่ปรึกษาทางการเงินอย่าง บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD ภายใต้การนำของ “ออมสิน ศิริ” ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดทุน

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญยังคงอยู่…UNIX จะสามารถ “ปลุกศรัทธา” นักลงทุนให้กลับมามอง IPO ไทยได้อีกครั้งหรือไม่?

เพราะในนาทีนี้ ความสำเร็จของ UNIX จะไม่ได้วัดกันแค่ราคาหุ้นในวันแรกของการซื้อขาย แต่จะถูกวัดจากความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน และการเป็น “ต้นแบบ” ให้กับ IPO รุ่นถัดไป

หาก UNIX ทำได้…มันอาจไม่ใช่แค่หุ้นน้องใหม่ธรรมดา แต่จะกลายเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการฟื้นตัวของตลาด IPO ไทยทั้งระบบ

เพราะอย่าได้ลืมว่าในวันที่ตลาดยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ราคาเหมาะสม และมีทิศทางการเติบโตชัดเจน มักจะเป็นผู้ชนะในระยะยาว

ครั้งนี้ “พระเอกตัวจริง” ของตลาดหุ้นไทยในปี 2569 อาจกำลังจะเปิดตัวก็เป็นได้และชื่อของเขาอาจจะเป็น UNIX อย่างที่ “เจ๊จิ๋ม” กำลังจับตาอยู่ก็ได้เจ้าค่ะ