Talk of The Town

เจาะลึกคาดการณ์ งบ Q1/69 กลุ่มธนาคาร ใครจะรอด และใครจะร่วง!


27 มีนาคม 2569

เจาะลึกคาดการณ์ กลุ่มธนาคาร_S2T (เว็บ) copy.jpg

ใกล้จบช่วงไตรมาส 1/69 ซึ่งบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งก็เริ่มเตรียมสรุปผลประกอบการประจำไตรมาส และก็เริ่มที่จะคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆออกมา แน่นอนว่ากลุ่มแรกที่จะถูกจับตาเป็นกลุ่มแรกก็คือ เหล่าธนาคารพาณิชย์ที่จะประกาศงบออกมาเป็นเจ้าแรก

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ก็ได้คาดการณ์กลุ่มธนาคาร เริ่มจาก BBL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/ 69 อยู่ที่ 11,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.1% จากไตรมาส ตามค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ลดลง ช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงและการตั้งสำรองที่ยังทรงตัว แต่ลดลง 10% จากช่วงเดียวกัน ลดลงจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง

ทั้งนี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 183 บาท ขานรับการเติบโตของสินเชื่อในระยะกลางจากวัฏจักรการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีระดับ Coverage ratio ที่อยู่ในระดับสูงกว่ากลุ่ม สามารถรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากภาวะราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น

KBANK คาดจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 เท่ากับ 11,262 ล้านบาท ลดลง 18.3% จากช่วงเดียวกัน ขานรับรายได้ดอกเบี้ยที่ชะลอตัวลงหลังมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่เพิ่มขึ้น 9.5% จากไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้นตามการลดลงของค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน และการตั้งสำรอง

พร้อมกันนี้ แนะนำ “ซื้อเพื่อรับปันผล” ราคาเป้าหมาย 210 บาท แม้ว่าผลประกอบการปี 2569 จะทรงตัวจากแรงกดดันของ NIM ที่ลดลงตามดอกเบี้ยขาลง แต่ธนาคารยังคงมีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง และยังคงกลยุทธ์ Quality-led Growth รวมถึงยังมีโครงการที่ซื้อหุ้นคืนเพื่อจำกัดดาวน์ไซด์ราคาหุ้น ส่วนการจ่ายปันผลงวดครึ่งหลังปี 68 ที่ 12 บาท

SCB ไตรมาส 1/69 จะรายงานกำไรสุทธิที่ 10,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน ตามรายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวต่อเนื่องตามภาวการณ์ลงทุน และค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน รวมถึงการตั้งสำรองที่ลดลง แต่ลดลง 17% จากช่วงเดียวกัน ตาม NII ที่ลดลง และการตั้งสำรองที่ยังสูงกว่าปีก่อน

อย่างไรก็ดี แนะนำ “ถือเพื่อรับปันผล” ราคาเป้าหมาย 149.25 บาท เนื่องจากความโดดเด่นด้วยระดับการจ่ายปันผลที่สูง โดย DPS งวดครึ่งปีหลังปี 68 เท่ากับ 9.28 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 6.5% ซึ่งแนวโน้มอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในช่วง 3 ปีข้างหน้า จะสูงกว่า 7% เหมาะแก่การซื้อและถือสะสมระยะยาว

KTB คาดไตรมาส 1/69 จะรายงานกำไรสุทธิที่ 11,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% จากไตรมาสก่อน จากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น แต่ลดลง 1.9% จากช่วงเดียวกัน ตาม NIM มีแนวโน้มปรับตัวลง พร้อมกับแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ทั้งนี้ แนะนำ “ถือเพื่อรับปันผล” ราคาเป้าหมาย 37.50 บาท โดยมองเห็นโอกาสที่ธนาคารจะปรับระดับการจ่ายปันผลขึ้นจากเดิมที่ 60% ได้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า 6.7-7.2% ตลอด 3 ปีข้างหน้า และคาดปี 2569 จะจ่ายปันผลอีก 2.30 บาท จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ หุ้น Defensive และ High Yield มากกว่าการเล่น growth ระยะสั้น

TISCO ไตรมาส 1/69 จะรายงานกำไรสุทธิที่ 1,655 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ตาม NIM ต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ส่วนรายได้รวมเติบโตทั้ง NII ที่ได้ CoF ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมโดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุน และ เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกัน ตาม NIM ที่ปรับเพิ่มขึ้น และรายได้ Non-NII ที่เติบโต ชดเชยการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี แนะนำ “ถือเพื่อรับเงินปันผล” ราคาเป้าหมาย 112.50 บาท โดยจุดเด่นคืออัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูง 6.9–7.3% ต่อเนื่อง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ High ROE และ High Yield พร้อมความเสี่ยงต่ำ แต่มูลค่าหุ้นในปัจจุบันอยู่ในระดับ premium เทียบกลุ่ม จึงเหมาะกับการถือมากกว่าการไล่ราคา

TTB คาดการณ์ไตรมาส 1/26 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,054 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากไตรมาสก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอ่อนตัวลง แต่ใกล้เคียงจากช่วงเดียวกัน โดย OPEX ที่ลดลงช่วยพยุงกำไร และรายได้ธุรกิจ Wealth ช่วยหนุนภายใต้ภาวะตลาดทุนที่ฟื้นตัว

ทั้งนี้ แนะนำ “ถือเพื่อรับเงินปันผล” ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท โดยจุดเด่นคืออัตราผลตอบแทนเงินปันผล สูง มีอัพไซด์จากการเพิ่ม payout และควบคู่โครงการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่องเหมาะ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการ Income play และ Capital return story มากกว่าการเติบโตของกำไรในระยะสั้น

BAY คาดจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 7,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากไตรมาสก่อน จากการค่าใช้จ่ายตั้งสำรอง และการดำเนินงานที่ลดลง แต่ลดลง 3.3% จากช่วงเดียวกัน จากแรงกดดันของ NIM ที่ปรับลดลง และการตั้งสำรองที่ปรับตัวสูงขึ้น

แต่ยังคง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 28.50 บาท โดยมองว่า BAY เด่นในฐานะธนาคารที่มี ต้นทุนการเงินต่าจากการสนับสนุนของ MUFG, มีโอกาสขยายสินเชื่อทั้งในไทยและอาเซียน และมูลค่าหุ้นยังถูก ซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.45 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่มาก จึงมองว่าหุ้นยังมีอัพไซด์ทั้งจากการฟื้นตัวของกำไรในระยะกลางและระดับมูลค่าที่ไม่แพง

KKP คาดไตรมาส 1/69 จะรายงานกำไรสุทธิที่ 1,502 ล้านบาท ลดลง 15% จากไตรมาสก่อน จากฐานที่สูงของ Non-NII (กำไรจากเงินลงทุนผ่าน FVTPL) รวมถึงคาดว่าอาจเห็นการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นและผลขาดทุนรถยึดที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เพิ่มขึ้น 41% จากช่วงเดียวกัน ดีขึ้นจากธุรกิจตลาดทุน ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและการตั้งสำรองที่ลดลง

ทั้งนี้ แนะนำ “ถือเพื่อรับปันผล” ราคาเป้าหมาย 77.50 บาท ด้วยจุดเด่นเป็นหุ้นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงหรือที่ระดับ 7–8% และมีรายได้กระจายดีขึ้นจาก Non-NII เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ แม้อัพไซด์ราคาหุ้นอาจจำกัดในระยะสั้น

เจาะลึกคาดการณ์ กลุ่มธนาคาร_S2T (เพจ) copy.jpg