"วิชัย วชิรพงศ์" นักลงทุนรายใหญ่ ลดสัดส่วน 3 หุ้นขนาดใหญ่ - เล็ก พบ มี.ค.ถือ BEM ต่ำสุดรอบ 3ปี

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค. 69 ผันผวนต่อเนื่อง ตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งล่าสุดครึ่งแรกของเดือนดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงไปกว่า 8.06% โดยไปแตะระดับต่ำสุดที่ระดับ 1,382.97 จุด
ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนพอร์ตลงทุนของ "วิชัย วชิรพงศ์" หรือเสี่ยยักษ์ นักลงทุนรายใหญ่ชื่อดัง ซึ่งปัจจุบันมีพอร์ตลงทุนในหุ้นจำนวน 7 บริษัท ประกอบด้วย
BEM จำนวน 338,563,357 หุ้น คิดเป็น 2.22%
BIS 13,714,800 หุ้น คิดเป็น 4.37%
BWG 111,117,600 หุ้น คิดเป็น 1.92%
ETC 11,919,100 หุ้น คิดเป็น 0.53%
NAM 19,772,400 หุ้น คิดเป็น 2.82%
PPM 7,616,200 หุ้น คิดเป็น1.80%
TMAN 9,800,600 หุ้น คิดเป็น 2.45%
จากข้อมูลล่าสุดเดือนมี.ค. 2569 หุ้นในพอร์ตลงทุนที่มีการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นพบว่า"เสี่ยยักษ์"ได้ลดสัดส่วนการถือครอง 3 หุ้น ซึ่งมีทั้งหุ้นขนาดใหญ่ และเล็ก ได้แก่ หุ้น BEM, ETC, PPM
โดยหุ้น BEM ล่าสุด พบสัดส่วนถือครองต่ำสุดในรอบ 3 ปี
11/03/2569 ถือหุ้น 338,563,357 หุ้น คิดเป็น2.22%
12/03/2568 ถือหุ้น 342,733,257 หุ้น คิดเป็น2.24%
13/03/2567 ถือหุ้น 342,740,157 หุ้น คิดเป็น2.24%
ขณะที่หุ้น ETC ถือครองต่ำสุดรอบ 7 ปี
11/3/2569 ถือหุ้น 11,919,100 หุ้น คิดเป็น 0.53%
12/3/2568 ถือหุ้น 70,031,200 หุ้น คิดเป็น 3.13%
26/03/2567 ถือหุ้น 68,453,800 หุ้น คิดเป็น 3.06%
15/03/2566 ถือหุ้น 55,200,500 หุ้น คิดเป็น 2.46%
9/3/2565 ถือหุ้น 57,998,600 หุ้น คิดเป็น 2.59%
10/3/2564 ถือหุ้น 32,477,400 หุ้น คิดเป็น 1.45%
13/08/2563 ถือหุ้น 18,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.8%
ส่วนหุ้น PPM ถือต่ำสุดในรอบ 4 ปี
11/3/2569 ถือหุ้น 7,616,200หุ้น คิดเป็น 1.8%
14/03/2568 ถือหุ้น 7,636,200หุ้น คิดเป็น 1.81%
13/03/2567 ถือหุ้น 7,674,000หุ้น คิดเป็น 1.82%
9/5/2566 ถือหุ้น 8,739,500หุ้น คิดเป็น 2.07%
นอกจากนี้ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) แนะนำซื้อ BEM ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท มีมุมมองเป็นบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ จากทิศทางการเติบโตระยะยาว ยังเป็นไปตามกรอบที่เราคาด โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1) แนวโน้มระยะยาวยังดี โดยเฉพาะธุรกิจรถไฟฟ้า จากการเปิดให้บริการสายสีส้ม ซึ่งมองว่าเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพ โดยคาดช่วงแรกของการเปิดสายสีส้ม ผู้โดยสารสายสีน้ำเงินจะโตก้าวกระโดดเป็น 5.4 แสนเที่ยว/วัน จากปี 2025 ที่ 4.3 แสนเที่ยว/วัน
2) มีความพร้อมเข้าประมูลโครงการใหม่ อย่างไรก็ตามบริษัทจะยังเน้นโครงการ Double Deck และสายสีม่วงใต้ ซึ่งมองว่าโครงการจะยังเดินหน้าภายใต้รัฐบาลใหม่และบริษัทมีโอกาสได้งานสูง คาดจะเห็นความคืบหน้าในปีนี้
คงกำไรสุทธิปี 69 ที่ 3.9 พันล้านบาท +3% จากปีก่อน โดยคงสมมติฐานปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้า และผู้ใช้ทางด่วนโต +2% จากปีก่อน/+0.5% จากปีก่อน สำหรับไตรมาส 1/69 เบื้องต้นประเมินกำไรสุทธิจะขยายตัวเล็กน้อย จาก SG&A ลดลงตามฤดูกาลและอานิสงส์การจัดการต้นทุน แต่ถูก offset บางส่วนจากผู้ใช้บริการอ่อนตัวจากการเข้าสู่ช่วงปิดเทอม
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 9.00 บาท อิง SOTP แม้แนวโน้มผู้ใช้บริการปี 69 โตเพียงเล็กน้อย แต่เราคงประเมินกำไรปกติปี 69 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่เราคงมุมมองบวกระยะยาวตามการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า นอกจากนี้คาดการณ์โครงการใหม่จะทยอยเห็นความคืบหน้าตั้งแต่ ครึ่งหลังปี 69 หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่%20copy.jpg)