จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SAFE เดินหน้าลุยธุรกิจ IVF เปิดแล็บใหม่เพิ่มรายได้ ลุ้นลูกค้าอินเดียหนุนดีมานด์


17 มีนาคม 2569

SAFE_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE)
เตรียมเปิดบริการห้องปฏิบัติการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากร่วมกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มั่นใจช่วยเพิ่มรายได้จากบริการตรวจคัดกรองความผิดปกติการตั้งครรภ์ ขณะที่ตลาด IVF ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ยังคงแนะนำ ซื้อ บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) ซึ่งยังคงแนะนำ ซื้อ โดยระบุว่า ผู้บริหารให้ภาพรวมแนวโน้มตลาด IVF โลก คาดว่าจะเติบโตราว 6% CAGR 67-73 ส่วนตลาดเอเชียแปซิฟิกและตลาดประเทศไทย คาดว่าเติบโต 7% / 9% CAGR 67-73 ตามลำดับ  

โดยมีปัจจัยผลักดันการเติบโตมาจาก 1) รัฐบาลในหลายประเทศ (สิงคโปร์,ออสเตรเลีย,จีน,เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น,ไทย) สนับสนุนการมีบุตร เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างประชากร 2) คู่สมรสแต่งงานช้า ทำให้ต้องใช้เทคโนโลยีช่วยในการมีบุตร 3) ไทยยังมีความได้เปรียบการแข่งขันในการให้บริการ IVF

บริษัทจึงตั้งเป้าหมายปีนี้รายได้ให้บริการรวมเติบโต 10% จากปีก่อน (vs ปี 25 รายได้ให้บริการรวม ลดลง15%จากปีก่อน) ซึ่งบริษัทมุ่งเน้นตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยตลาดต่างจังหวัดจะเติบโตดีกว่าในกรุงเทพฯ ประกอบกับปีนี้จะมีการลงทุนไม่มาก และบริหารต้นทุน/ค่าใช้จ่ายด้วยการใช้ AI มากขึ้น

สำหรับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากบริษัทไม่มีลูกค้ากลุ่มตะวันออกกลาง โดยมีลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่ในเอเชีย (อินเดีย, เวียดนาม,จีน,ญี่ปุ่น,สิงคโปร์,อินโดนีเซีย) ส่วนลูกค้ายุโรป fly in มีสัดส่วนน้อยกว่า 5% 

และผู้บริหารมองว่าบริษัทอาจได้อานิสงส์จากลูกค้าอินเดียที่ไปใช้บริการ IVF ในดูไบเปลี่ยนมาใช้บริการในไทยแทน ซึ่งลูกค้าอินเดียกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงและเป็นตลาดเป้าหมายของบริษัท

ขณะที่ช่วงกลางเดือน เม.ย. บริษัทจะเริ่มให้บริการ Lab สำหรับรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก ซึ่งเป็นกลยุทธ์เพิ่มรายได้ ของบริษัทจากความร่วมมือกับ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผู้บริหารมองว่าจะช่วยเพิ่มรายได้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติการตั้งครรภ์ และคาดอัตรากำไรมีแนวโน้มดีขึ้น จากผลบวก Operating leverage ของการใช้บริการเพิ่มขึ้น และเดือน ม.ค.-ก.พ. มีจำนวนรอบเก็บไข่และฝังตัวอ่อน (OPU Treatment cycle) เฉลี่ย 155 เคส  (เพิ่มขึ้น8%จากปีก่อน) ส่วนใหญ่เป็นการใช้บริการของลูกค้าชาวไทยจากสาขาต่างจังหวัด (ขอนแก่น, ภูเก็ต)

โดยมอง “บวก” ต่อข้อมูลที่ได้รับ เนื่องจาก 1) จำนวน OPU Treatment cycle เดือน ม.ค.- ก.พ. มีสัญญาณดีขึ้น สะท้อนภาพการฟื้นตัวต่อเนื่อง 2) มีโอกาสขยายฐานลูกค้าอินเดียเพิ่มจากสถานการณ์รุนแรงในตะวันออกกลาง 3) เป้าหมายการเติบโตรายได้ปีนี้ของบริษัทสูงกว่าประมาณการรายได้ของเรา (คาด +6%y-y)

และคาดกำไรสุทธิปี 69 เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน เติบโตตามการฟื้นตัวของรายได้ เพิ่มขึ้น 6%y-y) รวมทั้งคาดมี Gross margin 56.6% (vs 55.7% ในปี 25)และค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้มีสัดส่วน 33.8% ลดลงจาก 34.8% ในปี 25

ดังนั้นจึงแนะนำ ซื้อ สำหรับ SAFE ประเมินราคาเป้าหมายปี 69 ไว้ที่  9.70 บาท) วิธี DCF WACC 9.7% เนื่องจาก 1) ธุรกิจหลักอยู่ในกระแสเมกะเทรนด์ที่รัฐบาลหลาย 2. ประเทศมีนโยบายส่งเสริมการมีบุตร  

3.) คาด ROE ปี 69 กลับเป็นขาขึ้น นอกจากนี้ เงินปันผลปี 25จ่ายหุ้นละ 0.41 บาท (yield 7%)  ยังไม่ขึ้น XD (XD 7 พ.ค.) ราคาหุ้นซื้อขาย PE ปี 69 ที่ 12 เท่า เทียบเท่า Forward PE ต่ำกว่า -1.0SD

ขณะที่ นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) มั่นใจปี 2569 บริษัทจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยมีสัญญาณที่ดีขึ้น จากภาครัฐที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ และร่างกฎหมายสำคัญที่กำลังรออนุมัติ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายอุ้มบุญที่เปิดโอกาสการสร้างครอบครัวอย่างเท่าเทียมในกลุ่ม LGBTQ+ จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทฯ ผลักดันให้รายได้การให้บริการการรักษาผู้มีบุตรยากให้ให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดด