สถิติฟ้อง! สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทยแกร่ง SET Index เพิ่มขึ้นมากสุดในโลก

ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่นที่สุดของโลกในสัปดาห์นี้ หลังดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลก สะท้อนแรงซื้อกลับของนักลงทุนและการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาค
ข้อมูลเปรียบเทียบตลาดหุ้นทั่วโลกสะท้อนภาพชัดว่า ตลาดส่วนใหญ่ยังเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐและเอเชียหลายประเทศ ขณะที่ประเทศไทยสามารถยืนในแดนบวกได้อย่างโดดเด่น

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า "ประเทศไทย" เป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนรายสัปดาห์โดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักทั่วโลก โดยดัชนีปรับตัวขึ้น 1.38% ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางหลายประเทศที่ยังอยู่ในแดนลบ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า หุ้นไทยแกร่งสวนกระแสโลก ท่ามกลางแรงกดดันมหภาค และจุดเปลี่ยนสงครามในแต่ละวัน
วานนี้ตลาดหุ้นทั้ง 3 ทวีปหลัก (อเมริกา, ยุโรป, เอเชีย) ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงเกิน 1% ทั้งสิ้น สาเหตุหลักมาจากความกังวลสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้ง BOND YIELD 10 ปีสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นอยู่ระดับ 4.26% และ DOLLAR INDEX แข็งค่าขึ้นจนเกือบแตะระดับ 100 จุด
ส่วนตลาดหุ้นไทย(SET) วานนี้ ปิดบวก 1.60% แกร่งสวนกระแสโลก อย่างไรก็ดีหากมองลึกลงไปในโครงสร้างของกระแสเงินทุน (FUND FLOW) จะพบความท้าทายที่ซ่อนอยู่ คือ นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยเกือบทุกวัน โดยมียอดขายสุทธิสะสมสูงถึง 2.8 หมื่นล้านบาท (MTD) การที่ดัชนียังบวกได้จึงมาจากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนรายย่อยเป็นหลัก
อีกทั้งสถิติในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับวันจันทร์ที่โหดร้าย (ดัชนีติดลบหนัก -4.04% และ - 1.94% ตามลำดับ) ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุน ดังนั้น เมื่อตลาดปรับตัวขึ้นมาบวกได้ในช่วงปลาย สัปดาห์ (พฤหัสฯ-ศุกร์) อาจมีแรงเทขายทำกำไรในช่วงเย็นวันศุกร์เพื่อลดความเสี่ยงก่อนข้ามวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนในเช้าวันจันทร์ก็เป็นได้
อย่างไรก็ตามภาพวัฏจักรสงครามโดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ดูมีสัญญาณบวกตามทฤษฎี ปัจจุบัน สถานการณ์กำลังก้าวข้ามจาก เฟส 3 (สงครามยืดเยื้อ) เข้าสู่เฟส 4 (เริ่มมีคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย)
เหตุผลสนับสนุน ทั้งสองฝ่ายเริ่มบอบช้ำ สหรัฐฯ ต้องแบกรับภาระงบประมาณทางทหารที่สูง ขณะที่อิหร่านก็ถูก กดดันอย่างหนักจากนานาชาติ
สัญญาณการเจรจา เริ่มมีการพูดคุยผ่านบุคคลที่ 3 (ทรัมป์โทรสายตรงหาปูติน) และเริ่มมีการผ่อนปรนท่าที เช่น การยอมให้เรือขนส่งของบางประเทศผ่านช่องแคบสำคัญได้ และอิหร่านเสนอ 3 เงื่อนไขหยุดยิงกับสหรัฐ
ผลกระทบต่อตลาดหุ้น เมื่อเข้าสู่เฟส 4 ตลาดจะหยุดสภาวะตื่นตระหนก (PANIC) และจะเริ่มมี SENTIMENT เชิง บวกทางจิตวิทยา (BULLISH) แม้จะยังไม่สะท้อนออกมาเป็นผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในทันที แต่ความเสี่ยงที่ ลดลง จะช่วยให้ตลาดสร้างฐานและพร้อมฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติได้ในระยะถัดไป
ยอดนิยม
“หมอพงศ์ศักดิ์” อู้ฟู่! โผล่ถือหุ้นใหญ่ TRUE มูลค่า 2,347 ลบ. เตรียมรับเงินปันผลกว่า 26 ล้านบาท
โบรกฯ มองดีล CRC ฮุบ “แม็กซ์แวลู” ชี้อาจกระทบกำไรเชิงลบปี 69-70 เหตุ “แม็กซ์แวลู” ขาดทุนปีละ 200 ลบ.
โบรกฯ คอนเฟิร์ม OR ครึ่งหลังปี 69 ผลงานแจ่ม Q3 จ่อฟันกำไร 2,600 ลบ.
เงินก้อนใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย! โบรกฯ ชี้เงินสหกรณ์ฯ-เงินออม เตรียมซื้อหนักหวังประหยัดภาษี