ต่างชาติเทหุ้นไทยลดเสี่ยง! รอดูผลกระทบจากตะวันออกกลาง เตือนหากน้ำมันไม่ลง! อาจโดนขายต่อ

มูลค่าซื้อขายตามกลุ่มนักลงทุนในเดือน มี.ค. 2569 (1-12 มี.ค.) พบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยมูลค่าสูงถึง 28,636 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 42,963 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิหุ้นไทย 824.51 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 15,151 ล้านบาท ด้านโบรกฯ แนะให้ติดตามราคาน้ำมันดิบเป็นหลัก หากยังไม่อ่อนตัวลง นักลุงทนต่างชาติยังมีโอกาสลดน้ำหนักการลงทุนต่อไป
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโมตลาดวันนี้ คาด SET Index แกว่ง Sideway ในกรอบ 1,415-1,440 จุด โดยคาดว่า Upside ยังจำกัด จากแรงขายหุ้นขนาดใหญ่เพื่อลดความเสี่ยงของนักลงทุนต่างชาติ แต่ Downside ก็ไม่เปิดกว้างเช่นกัน จากนักลงทุนสถาบันในประเทศที่เริ่มกลับเข้ามาสะสมหุ้นไทยอีกครั้ง
ทั้งนี้คาดกลุ่ม Global Play มีโอกาสนำตลาดตามราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ที่กลับมาเร่งตัวขึ้น เช่น พลังงานต้นน้ำ, ยางพารา, และเหล็ก ควบคู่กับ Domestic Play เช่น ค้าปลีกและไฟแนนซ์ ที่อาจมีแรงเก็งกำไรการโหวตนายกฯ ในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม ต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 อีก 2,422 ล้านบาท รวม 6 วันขายไปแล้ว 29,003 ล้านบาท คิดเป็นการลดน้ำหนักราว -50% ของที่ซื้อสะสมไปก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดสะสมนับจากต้นปีถึงปัจจุบันเหลือซื้อสุทธิ 30,190 ล้านบาท
โดยคาดเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุน เพื่อรอประเมินผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผลจากการเร่งตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ที่จะไปหนุนให้เงินเฟ้อไทยพลิกกลับมาเป็นบวกในระยะถัดไป
นอกจากนี้ ความไม่ชัดเจนในการจัดเก็บภาษีการค้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ ยังเป็นอีกปัจจัยกดดันให้นักลงทุนต่างชาติชะลอลงทุนในช่วงนี้ด้วย ทั้งนี้ ให้ติดตามราคาน้ำมันดิบเป็นหลัก หากยังไม่อ่อนตัวลง นักลุงทนต่างชาติยังมีโอกาสลดน้ำหนักการลงทุนต่อไป
สำหรับราคาน้ำมันดิบเร่งตัวขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.72% ปิดที่ 95.73 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากอิหร่านยกระดับการโจมตี เรือบรรทุกน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั่วตะวันออกกลาง ขณะที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ส่งผลให้ความตึงเครียด ยังเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบเร่งตัวขึ้นจากการทำ Hedging จนกว่าสถานการณ์จะคลายตัว
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ กำลังยกเลิกข้อจำกัดในการขนส่งน้ำมัน และสินค้าเกษตรทางเรือ (Jones Act) โดยการให้เรือสัญชาติอื่นสามารถขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือในสหรัฐฯ ได้ เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งที่กำลังตึงตัวในปัจจุบัน ซึ่งอาจช่วยชะลอการปรับขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้บ้าง แต่ยังไม่มีนัยสำคัญ
ยอดนิยม
UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
DELTA ทะยานแน่! โบรกฯ ชี้ถ้าหลุดแคชบาลานซ์ ราคาหุ้นจ่อพุ่ง 360 บาท
“บอย ท่าพระจันทร์” จัดหนัก! เข้าซื้อ PLANB เพิ่ม 2.8 ล้านหุ้น ดันมูลค่าถือกว่า 438 ล้านบาท
BJC โดนลงโทษ! โบรกฯ หั่นประมาณการหนัก หลังคาดกำไร Q1-2/69 ดิ่งแรง