รายงานพิเศษ : น้ำมันแพงเร่งโลกใช้พลังงานสะอาด SUPER รับโอกาสรอบใหม่ ปี 69 พลังงานลมเวียดนามดันรายได้โต

ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กลายเป็นแรงเร่งสำคัญให้ภาคพลังงานเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน ส่งผลบวกต่อ SUPER ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ซึ่งผลงานปี 69 โตต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนทยอยรับรู้รายได้โครงการพลังงานลม (Wind Farm) ในเวียดนาม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงและรวดเร็วกว่าคาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และเศรษฐกิจไทยโดยรวมต้องเร่งปรับตัว
ซึ่งภาครัฐเตรียมผลักดันการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. การลงทุนพลังงานสะอาด
2. ส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (Direct PPA)
3. ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาสายส่งไฟฟ้า
เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศการยกระดับเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ผ่านโครงการ พี่ช่วยน้อง ให้บริษัทขนาดใหญ่ช่วยสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก โดยรัฐให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและเงินอุดหนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว ส่งเสริมการใช้เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลังผสมในน้ำมัน รวมถึงสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ
ขณะที่ ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดย Krungthai CIO ได้ปรับการประเมินสถานการณ์ โดยยกระดับฉากทัศน์ที่เกิด ภาวะช็อกด้านพลังงาน (Energy Shock) ในระยะสั้นขึ้นเป็นกรณีฐานใหม่ (Base Case) แทนสมมติฐานเดิม เนื่องจากความตึงเครียดมีแนวโน้ม ยืดเยื้อและอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดความผันผวน ส่งผลดีต่อ บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) ที่ประกอบธุรกิจด้านการปฏิบัติการดูแลบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และการถือหุ้นในบริษัทย่อย และ/หรือบริษัทร่วม (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน, ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
โดยนายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER ระบุ ทิศทางธุรกิจในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการทยอยรับรู้รายได้โครงการพลังงานลม (Wind Farm) ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิตรวมตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จำนวน 141 เมกะวัตต์ ซึ่งในเฟสแรกของโครงการ Bac Lieu ขนาด 99 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในไตรมาส 1/2569 และเริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสในไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป
ปัจจุบัน SUPER มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา PPA รวมทั้งสิ้น 2,069.25 เมกะวัตต์ โดยได้ COD แล้ว 1,432.28 เมกะวัตต์ และหากรวมโครงการลม Bac Lieu เฟสแรก 99 เมกะวัตต์ ที่จะ COD ในไตรมาส 1/2569 จะส่งผลให้กำลังการผลิตที่ COD แล้วเพิ่มเป็น 1,531.28 เมกะวัตต์ เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนการเติบโตของรายได้และผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER กล่าวอีกว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการขยายการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและต่อเนื่อง สอดรับกับกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ