สัมภาษณ์พิเศษ : SPREME เดินเกมรุก ดัน “ธุรกิจเช่า” ไอทีโตแรง สร้างรายได้มั่นคงระยะยาว

“ภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) เปิดใจโมเดลเดินหน้าขยายธุรกิจให้เช่าระบบและอุปกรณ์ไอทีเต็มตัว มั่นใจเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
โครงสร้างธุรกิจของ SPREME เป็นอย่างไร
แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. ธุรกิจการจัดจำหน่ายและขาย (Sales and Distribution): กลุ่มนี้เน้นการขายอุปกรณ์ด้านไอทีและระบบต่าง ๆ โดยสามารถแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเภทย่อย ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ (Hardware), ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการ เช่น ระบบ Security และ ซอฟต์แวร์ (Software) ทั้งในส่วนของ Application และ System Software ซึ่งธุรกิจกลุ่มนี้มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 32% ของบริษัท
2. ธุรกิจบริการซ่อมบำรุง (Maintenance Service) เป็นการให้บริการดูแลและซ่อมบำรุงระบบหลังจากที่มีการติดตั้งหรือใช้งานไปแล้ว และกลุ่มนี้มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 13%
3. ธุรกิจการให้เช่าระบบและอุปกรณ์ เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการขยายตัวได้ดี และมีการเติบโตสูงสุดของบริษัท โดยเป็นการให้เช่าทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และระบบซอฟต์แวร์ ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 55% และมีแนวโน้มจะขยับขึ้นไปถึง 60-70% ในอนาคต เนื่องจากได้รับความนิยมอย่างมากจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
สาเหตุที่ทำให้กลุ่มการให้เช่า (Leasing/Rental) กลายเป็นธุรกิจดาวเด่น เป็นผลมาจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่
1. ความต้องการของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ : ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเปลี่ยนมาใช้การเช่าอุปกรณ์ไอทีเป็นตัวหลักแทนการซื้อขาด ซึ่งถือเป็นเทรนด์ตลาดที่เติบโตขึ้นทุกปี
2. รายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยสัญญาการเช่าส่วนใหญ่มีระยะเวลาตั้งแต่ 3 ถึง 5 ปี ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในระยะยาว
3. ลดความเสี่ยงด้านงบประมาณ เนื่องจากธุรกิจการเช่าช่วยลดปัญหาเรื่องงบประมาณภาครัฐล่าช้า เนื่องจากเมื่อเป็นสัญญาเช่าแล้ว งบประมาณจะถูกจัดสรรไว้แน่นอนและไม่ค่อยมีการขยับหรือเปลี่ยนแปลง ทำให้บริษัทมีความมั่นคงด้านรายได้มากกว่ากลุ่มงานขาย
4. จุดแข็งและการสนับสนุนทางการเงิน Supreme มีจุดแข็งด้านการเป็นผู้บริหารจัดการโครงการภาครัฐที่ดี มีเครือข่ายทั่วประเทศที่รองรับโครงการขนาดใหญ่ได้
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารต่างๆ เป็นอย่างดี เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือและมีประวัติการดำเนินโครงการที่ประสบความสำเร็จ
5.การนำเสนอในรูปแบบ Solution: การเช่าของบริษัทไม่ได้ให้เช่าเพียงแค่ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นการให้เช่าแบบ Solution ที่รวมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบวงจร
วางเป้าหมายการสร้างรายได้ของกลุ่มสินค้าเช่าอย่างไร
จากปัจจัยบวกที่จะเกิดขึ้น ทำให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มการเช่าเติบโตขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่บริษัทมีสัดส่วนงานภาครัฐ 40% ปัจจุบันได้ขยับขึ้นมาเป็น 80% ซึ่งสอดคล้องกับการรุกธุรกิจเช่าอย่างเต็มตัว และบริษัทตั้งเป้าให้กลุ่มนี้เติบโตต่อเนื่องปีละ 20-25% ในอนาคต
การเบิกจ่ายเงินงบล่าช้ากระทบหรือไม่ อย่างไร
ความล่าช้าของการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐ ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการให้เช่าของ SPREME เพราะปกติเงินงบประมาณจะถูกกำหนดไว้แน่นอนแล้ว ตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ทำให้เมื่อมีการอนุมัติงบประมาณในส่วนของการเช่าแล้ว จะไม่มีการขยับหรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังกล่าวอีก
ลดความเสี่ยงทางการเมือง เพราะรูปแบบการเช่าช่วยตัดปัญหาเรื่องความล่าช้าของงบประมาณ หรือแม้ในช่วงที่ไม่มีรัฐบาลหรือการบริหารงานราชการหยุดชะงัก ก็ยังมีงบประมาณส่วนนี้รองรับอยู่
รายได้ต่อเนื่องระยะยาว สัญญาเช่ามีระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปี ไปจนถึง 15 ปี ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในระยะยาวตามที่วางแผนไว้
ดังนั้นธุรกิจการเช่าจึงมีความมั่นคงสูงกว่างานขายขาด และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มธุรกิจนี้
การเติบโตในปี 69 เป็นอย่างไร
เป้าหมายการเติบโตของรายได้รวม บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 20-25% เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยธุรกิจการให้เช่า (Leasing) ตั้งเป้าเติบโตสูงสุดที่ 20-25% ถือเป็นธุรกิจดาวเด่น
• ธุรกิจการขาย (Sales) ตั้งเป้าเติบโตประมาณ 10%
• ธุรกิจบริการซ่อมบำรุง ตั้งเป้าเติบโตประมาณ 5-10%