จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : MENA โดดเด่น หลัง ก.ล.ต. ปลดล็อก Thai ESG เปิดทางหุ้น JUMP+ เข้าลงทุนได้


09 มีนาคม 2569

MENA รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์กองทุน Thai ESG เปิดทางลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หวังยกระดับธรรมาภิบาล เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน และเพิ่มเสน่ห์ตลาดทุนไทย หนุนหุ้น  MENA ที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+

ตลาดหุ้นไทยเคยเผชิญกับปัญหาเรื่อง การเติบโตที่ช้ากว่าตลาดอื่น และความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลง ซึ่ง JUMP+ ถูกวางไว้เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักของ แผนยุทธศาสตร์ SET 2025–2027 เพื่อ

1. ยกระดับคุณภาพบจ.

2. สร้างความเชื่อมั่นทั้งหมดในระบบ

3. กระตุ้นการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

โดยผสานกับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อช่วยกำกับดูแล (เช่น ระบบเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข่าว และสัญญาณตลาดแบบอัตโนมัติ)

และล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) เพิ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป ให้เป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืน ที่ Thai ESG สามารถลงทุนได้ เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569

เพื่อยกระดับบทบาทของตลาดทุนไทยในการสนับสนุน บจ. ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจด้านธรรมาภิบาลควบคู่กับการดำเนินการตามแผนการเติบโตของบริษัท รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในระยะยาว        

โดยนายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ในฐานะโฆษก กล่าวว่า "การปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการใช้กลไกตลาดทุนส่งเสริมให้ บจ. ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มีทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน และให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ผ่าน Thai ESG ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่มุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน"       

การปรับปรุงกฎเกณฑ์ดังกล่าวของ ก.ล.ต. ส่งผลดีต่อ บมจ.มีนาทรานสปอร์ต (MENA) ทำให้บริษัทได้รับความสนใจจากกองทุนต่างๆ และตัดสินใจเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น 

ซึ่ง นางสุวรรณา ขจรวุฒิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MENA กล่าวว่า  ในปี 2569 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Jump+) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มมูลค่าของบริษัทฯ ในมิติต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมทั้งในด้านแผนธุรกิจ แผนด้านธรรมาภิบาลและแผนการจัดการก๊าชเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำแผนงานด้านต่างๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2569 หลังจากนั้นจะเผยแพร่แผนงาน Jump+ และรายงานความคืบหน้าและสื่อสารผู้ลงทุนต่อไป 

ขณะที่ทิศทางธุรกิจของบริษัทในปีนี้คาดว่า รายได้ของธุรกิจ Mixer และ Trailer จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปี 2568 เนื่องจากแนวโน้มการก่อสร้างภาครัฐยังขยายตัวร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปี 2568 ขณะที่การบริโภคภายในประเทศในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัสและการกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งผลให้ธุรกิจขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภคเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบค้าปลีกและอีคอมเมิร์ช ดังนั้นอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของบริษัทฯ จึงยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2569        

ปัจจุบันบริษัทฯ มีรถขนส่งให้บริการ 708 คัน แบ่งเป็น รถมิกเซอร์ 595 คัน รถเทรลเลอร์ 71 คัน รถบรรทุกอาหารสัตว์ 26 คัน และรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิรวมอีก 16 คัน  ซึ่ง MENA ยังคงมองหาโอกาสในการขยายฟลีทเพิ่มเติม ผ่านทางการมองหาพันธมิตรใหม่ๆ รวมถึงจะใช้ความชำนาญและ ประสบการณ์ในการบริหารจัดการธุรกิจโลจิสติกส์ในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้กำไรเติบโตไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของรายได้โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยประหยัดต้นทุน ลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน         

นอกจากนั้นในส่วนของบริษัทร่วมทุน TDM ก็มีแผนจะขยายฟลีทรถจำนวนมาก เพื่อรองรับปริมาณงานที่จะเพิ่มขึ้น จากการขยายสาขาของ ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส และ ซีเจเอ็กซ์