Wealth Sharing

เช็กอนาคต 10 หุ้นมาร์เก็ตแคปสูงสุด ปี 69 กำไรจะพุ่งต่อ หรือเริ่มชะลอ?


09 มีนาคม 2569

เช็กอนาคต-10-หุ้นมาร์เก็ตแคปสูงสุด_S2T-(เว็บ)_0.jpg

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้นักลงทุนหันกลับมาโฟกัส “หุ้นขนาดใหญ่” ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตาม หลังจากหลายบริษัทเพิ่งรายงานผลประกอบการปี 2568 ออกมา นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามสำคัญว่า แนวโน้มกำไรในปี 2569 ของหุ้นขนาดใหญ่เหล่านี้จะยังเติบโตต่อเนื่อง หรือกำลังเข้าสู่ช่วง “ชะลอตัว” ตามวัฏจักรเศรษฐกิจและแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก

บทความนี้จะพาไป เจาะลึก 10 หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุดในตลาดหุ้นไทย เพื่อประเมินแนวโน้มกำไรในปี 2569 ว่าใครยังมีโอกาส “เร่งเครื่องเติบโต” และใครที่อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน เศรษฐกิจ หรือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

เริ่มกันที่ DELTA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 49% จากปีก่อน อิงสมมติฐานรายได้สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2569 ที่ 7.5 พันล้านเหรียญ เติบโต 24% จากปีก่อนและ GPM 2569 ที่ 29%

โดย ในปี 2569 การลงทุนด้าน Data Center ที่ยังสูงทั่วโลกและการเติบโตของสินค้ากลุ่ม Liquid Cooling เริ่มมี นัยสำคัญในครึ่งหลังปี 2569 จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้รายได้และ GPM เติบโตได้ต่อเนื่อง แต่แนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย 160.00 บาทต่อหุ้น  เนื่องจาก Valuation ปัจจุบันที่แพงเกินไป

ADVANC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2569 เป็น 398 บาท ขึ้นจาก 351 บาท ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ต่อรายต่อเดือนจากบริการมือถือในปี 2569 ขึ้น 5% ส่งผลให้ประมาณการกำไรหลักในปี 2569 เพิ่มขึ้น 21% เป็น 5.71 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน

PTT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 41.00 บาท โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 9.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน หนุนจากการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงสร้างต้นทุนก๊าซใหม่ ช่วย ให้ Margin ธุรกิจโรงแยกก๊าซฟื้นตัว, แผนหยุดซ่อมบำรุงของ GSP ลดลง, ปริมาณขายธุรกิจต้นน้ำเพิ่มขึ้น, โครงการบริหารจัดการภายใน (แผน EBITDA Uplift, ลดค่าใช้จ่าย, เพิ่ม ประสิทธิภาพดำเนินงาน)

GULF นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 71.25 บาท โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 – 70 ขึ้น 7.4% และ 8.8% จากเดิม จึงคาดปี 2569 มีกำไรปกติ 3.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าที่คาดทยอย COD ตามแผน 

AOT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “TRADING” ราคาเป้าหมาย 57.00 บาท โดยคาดการณ์กำไรปกติปี 2569 (1 ต.ค. 2568 - 30 ก.ย. 2569) ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 13%จากปีก่อน อิง สมมติฐานจานวนผู้โดยสารและเที่ยวบินรวมในปี 2569 เติบโต 6-7% สอดคล้องกับ คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติรวม และใกล้เคียงกับเป้าหมายของบริษัท เราประเมินการ ปรับขึ้นค่าบริการ PSC หากเริ่มบังคับใช้ได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 จะส่งผลให้ประกอบการครึ่งหลังปี 69 เติบโตจากครึ่งปีแรก และกลับมาเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอีกครั้ง 

PTTEP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ TRADING ราคาเป้าหมาย 130 บาท คงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท โต 2% จากปีก่อน โดยคาดราคาขายเฉลี่ยถูกกดดันจากทิศทางราคาน้ามันดิบในตลาดโลก ทั้งนี้ โครงสร้างผลิตภัณฑ์ของ PTTEP มีสัดส่วนก๊าซสูงราว 70% ซึ่งราคามี Lag-time น้ำมัน 6-12 เดือน จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากการเร่งตัวขึ้นของปริมาณขายโดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังปี 69 ที่แผนปิดซ่อมบำรุงลดลง 

SCB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 130 บาท โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4.31 หมื่นล้านบาท ลดลง 9% จากปีก่อน เนื่องจาก NIM และกำไรจากการประเมินมูลค่าทางการตลาดจากเครื่องมือทางการเงินลดลง

KTB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37.5 บาท โดยคาดปี 2569 มีกำไร 4.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน เป็นไปตามวงจรดอกเบี้ยขาลง ซึ่งสมมติฐานฝ่ายวิจัยรองรับดอกเบี้ยนโยบายที่ 1%

TRUE นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16 บาทต่อหุ้น โดยปี 2569 คาดกำไรปกติของ TRUE ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 27% จากปีก่อน แรงหนุนหลักๆ ได้แก่ 1. ต้นทุนค่าคลื่นความถี่ที่ลดลงเต็มปีเป็นปีแรกเทียบกับปี 2568 ที่รับรู้ 5 เดือน 2. การลดต้นทุนภายในเพิ่มเติม เช่น ค่า Content จำนวนพนักงาน การนำ AI มาลดต้นทุนพลังงาน และ 3. การเติบโตของ ARPU ต่อเนื่องทั้งในตลาดบริการมือถือและตลาด Broadband

และ KBANK  นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “TRADING” ราคาเป้าหมาย 190 บาท โดยปี 2569 คาด KBANK จะมีกำไรสุทธิ 50,690 ล้านบาท เติบโต 2.3% แม้ทิศทางของ รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิจะยังชะลอตัวลง ทั้งจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ และการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ แต่คาดผลลบดังกล่าวจะถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองที่ผ่อน คลายลง ตามความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อที่ลดลง และการขยายฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Wealth Management 

เช็กอนาคต-10-หุ้นมาร์เก็ตแคปสูงสุด_0.jpg