Wealth Sharing

ส่องงบ 2 หุ้นผลิตอาวุธ ผลงานฟื้นรับอานิสงส์สงคราม


21 กรกฎาคม 2569

ส่องงบ 2 หุ้นผลิตอาวุธ_WS (เว็บ) copy.jpg

หลังจากที่สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลที่ตามก็คือราคาน้ำดิบไปตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดแต่จะมีบางช่วงที่ราคาอาจจะปรับฐานลงบ้างก็ตาม แต่นอกเหนือจากราคาน้ำมัน 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางการทหารของโลกก็ได้รับอานิสงส์ไปด้วยเช่นกัน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด คาดว่า ประเมินรายได้ไตรมาส 2/69 ของ RTX ที่ 22,566 ล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 2.2% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกัน เติบโตต่อเนื่องจาก นำโดย Raytheon(ธุรกิจขีปนาวุธ) ที่รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อขีปนาวุธและ ความต้องการ MRO (ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์)

ในขณะที่ Operating Margin คาดอยู่ที่ 10.6% ลดลงจาก 11.6% ในไตรมาส 1/69 ตามต้นทุนวัตถุดิบและ SG&A ที่สูงขึ้น คาดกำไรสุทธิ (GAAP) ที่ 1,909 ล้านดอลลาร์ ลดลง 7.3% จากไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้น 15.2% จากช่วงเดียวกันธุรกิจการบินพาณิชย์ยังแข็งแกร่ง โดยยอดขาย Aftermarket ของ Pratt & Whitney (ธุรกิจเครื่องยนต์) เติบโตกว่า 19% นอกจากนี้ Backlog รวมของบริษัท ณ ไตรมาส 2/69 คาดแตะ 2.89 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.8% จากช่วงเดียวกัน

ทั้งนี้ มองบวกหลัง Raytheon ได้รับสัญญามูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์จากกองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อผลิตขีปนาวุธ AIM-9X Block II (ขีปนาวุธระยะประชิด) ตามด้วยความร่วมมือกับ NATO เพื่อขยายกำลังผลิตขีปนาวุธ AMRAAM (ขีปนาวุธระยะไกลกว่า) ในยุโรป

ดังนั้น คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายของ RTX ที่ 215 ดอลลาร์ต่อหุ้น อัพไซด์ 10.1% บนสมมติฐาน FCF yield ที่ 3.2% ในปี 2569 และ FCF/Share ที่ 6.9 ในปี 2570

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด คาดว่า LMT ไตรมาส 2/69 กำไรพลิกฟื้นแรงจากฐานต่ำปีก่อน หนุนด้วยดีล Ultra Maritime และคำสั่งซื้อ PAC-3 ยุโรป โดยประเมินรายได้ไตรมาส 2/69 ที่ 19,853 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.2% จากไตรมาสก่อน และ เพิ่มขึ้น 9.4% จากช่วงเดียวกัน ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนที่ยอดขาย Products หดตัวจากจังหวะการส่งมอบ 

โดย Gross Margin คาดอยู่ที่ 11.8% จาก 11.5% ในไตรมาส 1/69 จากแรงกดดันต้นทุนโครงการที่ผ่อนคลายลงในกลุ่มAeronautics และ Space คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,738.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16.8% จากไตรมาสก่อน, เพิ่มขึ้น 408% จากช่วงเดียวกัน การเติบโตที่โดดเด่นเป็นผลจากฐานต่ำใน 2025 ที่มีการตั้งสำรองพิเศษ EPS (diluted) คาดที่ 7.52 ดอลลาร์

ส่วนแนวโน้ม backlog ระยะยาวยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่ต่อเนื่อง มองบวกหลังบริษัทลงนามข้อตกลงซื้อกิจการ Ultra Maritime มูลค่า 3.45 พันล้านดอลลาร์ ขยายขีดความสามารถด้าน undersea/anti-submarine warfare ซึ่งเสริม portfolio ระยะยาว

ดังนั้น แนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ของ LMT ที่ 608 ดอลลาร์ต่อหุ้น อัพไซด์ 16.7%) จากราคาเดิมที่ 636 ดอลลาร์ต่อหุ้น ลดลง 4.4% บนสมมติฐาน FCF yield ที่ 5.2% ของปี 2026F และ FCF/Share เฉลี่ยปี 2027 - 2028 ที่ 31.6 ดอลลาร์

ส่องงบ 2 หุ้นผลิตอาวุธ_WS (เพจ) copy(1).1.jpg