Wealth Sharing

เทียบฟอร์ม 2 หุ้นเครื่องดื่ม CBG กำไร Q3 โตสวน OSP


26 สิงหาคม 2569

2-หุ้นเครื่องดื่ม_info-ปก_0.jpg

หากจะพูดถึงหุ้นในกลุ่มเครื่องดื่ม แน่นอนว่า 2 ตัวเต็งของกลุ่มที่มักได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมากก็คงไม่พ้น  บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG และ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ที่เป็นกลุ่มผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งแนวโน้มไตรมาส 3/69 ของทั้งคู่จะเช่นไร ก็มีนักวิเคราะห์คาดการณ์ออกมาให้เห็นกันแล้ว

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดว่ากำไรในไตรมาส 3/69 ของ CBG และ OSP จะมีแนวโน้มแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยคาดกำไรหลักของ CBG จะอยู่ที่ประมาณ 736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกัน และทรงตัวจากไตรมาสก่อนโดยการที่กำไรไม่เติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลหลักจากแรงกดดันต่ออัตรากำไรชั่วคราวจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น มากกว่าจะเป็นผลจากอุปสงค์ที่อ่อนตัวลง 

ยอดขายเครื่องดื่มชำาลังในประเทศคาดเติบโต 10% จากช่วงเดียวกัน ซึ่งยังคงสูงกว่าการเติบโตของตลาด ขณะที่คาดยอดขายในเมียนมาเพิ่มขึ้น 70% จากช่วงเดียวกัน และรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% จากช่วงเดียวกัน คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้งในไตรมาส 4/69 เนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนผ่อนคลายลง และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนการประหยัดต่อขนาดในการดำเนินงาน 

ในทางตรงกันข้าม คาดกำไรหลักของ OSP ในไตรมาส 3/69 จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 665 ล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกัน และลดลง 40% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากยอดขายในกลุ่มประเทศ CLMV ที่อ่อนตัวตามฤดูกาลและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ หุ้นเด่นของยังคงเป็น CBG จากโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้นและความชัดเจนของการเติบโตของกำไร แม้ OSP จะซื้อขายที่ P/E ปี 2570 ต่ำกว่าที่ 13.2 เท่า เทียบกับ 17.2 เท่า สำหรับ CBG แต่มองว่า CBG สมควรได้รับมูลค่าหุ้นระดับพรีเมียม เนื่องจากคาดกำไรปี 2570 จะเติบโต 15%  เทียบกับ เติบโต 7% สำหรับ OSP 

และที่สำคัญ ROE ของ CBG คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 20.7% ในปี 2570 ซึ่งส่งผลให้ส่วนต่างเมื่อเทียบกับ OSP ที่ 21.3% แคบลง สำหรับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค มองว่าการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและการเติบโตของธุรกิจในประเทศที่สูงกว่าตลาด สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์ที่แท้จริง

2-หุ้นเครื่องดื่ม_info_0.jpg