
จบเทศกาลการรายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 และไตรมาส4/68 ไปเรียบร้อย และจากบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ระบุว่ามีกำไรออกมาดีกว่าที่คาดไว้ แต่สำหรับ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือOKJ ได้รายงานผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส4/68 มีผลขาดทุน 34.3 ล้านบาทจากงวดเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 39.3 ล้านบาท ขณะที่งวดปี 68 มีกำไรสุทธิ 70.4 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนมีกำไรสุทธิ 201.7 ล้านบาท
ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนของการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดของ OKJ ณ วันที่ 20 ก.พ. 2569 ไม่ปรากฏรายชื่อของ น.พ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี นักลงทุนรายใหญ่ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 8 ถือหุ้นจำนวน 13,258,500 หุ้น คิดเป็น 2.18%
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดประกอบด้วย
นาย ชลากร เอกชัยพัฒนกุล 134,356,000 หุ้น คิดเป็น 22.06 %
บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด 121,800,000 หุ้น คิดเป็น 20.00%
นาย จิรายุทธ ภูวพูนผล 93,394,000 หุ้น คิดเป็น 15.34%
นาย วรเดช สุชัยบุญศิริ 30,450,000 หุ้น คิดเป็น 5.00%
นาย พะเนียง พงษธา 18,696,700 หุ้น คิดเป็น 3.07%
นาย ชัดชาญ เอกชัยพัฒนกุล 16,000,000 หุ้น คิดเป็น 2.63%
นาง ชลิดา เอกชัยพัฒนกุล 14,208,000 หุ้น คิดเป็น 2.33%
น.ส. พิรุฬห์ลักษณ์ สุชัยบุญศิริ 14,000,000 หุ้น คิดเป็น 2.30%
น.ส. จารุภา ตั้งสุทธิธรรม 8,018,000 หุ้น คิดเป็น 1.32%
นาย ศุภกฤต เอกชัยพัฒนกุล 8,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.31%
น.ส. ชนัดดา เอกชัยพัฒนกุล 6,620,300 หุ้น คิดเป็น 1.09%
นาย เสริมสันต์ สินสุข 3,312,600 หุ้น คิดเป็น 0.54%
ขณะที่การเคลื่อนไหวราคาหุ้นในเดือน ก.พ.69 ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 5.24%
บล.บัวหลวง ระบุว่า OKJ รายงานผลขาดทุนใน 4Q25 หลังจากที่เราได้ปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอกว่าคาดตั้งแต่ 2Q25 ผลประกอบการใน 2H25 ยังคงอ่อนแอกว่าที่เราประเมินไว้มาก โดย SSS ลดลง 23% YoY ใน 3Q25 และ 28% YoY ใน 4Q25 ส่งผลให้ 4Q25 พลิกเป็นขาดทุน
OKJ มีรายได้จากการขาย 622 ล้านบาท ลดลง 10.0% YoY และ 12.6% QoQ จากยอดขายร้าน โอ้กะจู๋ (85% ของรายได้รวม) ลดลง 12% YoY และ 10% QoQ และยอดขาย Oh! Juice (11% ของรายได้รวม) ลดลง 20% YoY และ 34% QoQ ทำให้ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 40.0% ลดลง 3.9ppts YoY และ 2.0ppts QoQ
สำหรับอัตราส่วน SG&A ต่อรายได้ ปรับเพิ่มเป็น 46.7% เพิ่มขึ้น 9.6ppts YoY และ 7.7ppts QoQ จากค่าใช้จ่ายสาขาและการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้บริษัทพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 34.3 ล้านบาท ลดลงจากกำไร 39.3 ล้านบาท ใน 4Q24 และกำไร 17.3 ล้านบาท ใน 3Q25 โดยใน 4Q25 มีรายการพิเศษจำนวน 17 ล้านบาท จากการย้ายครัวกลางและค่าตัดจำหน่ายเครื่องจักร หากไม่รวมรายการพิเศษ บริษัทจะมีขาดทุนหลัก 17.3 ล้านบาท ใน 4Q25
มองว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ OKJ จะกลับมาน่าสนใจสำหรับการทำบทวิเคราะห์อีกครั้ง คือ สัญญาณที่ชัดเจนของการฟื้นตัวของ SSSG%20copy.jpg)